<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" version="2.0">
  <channel>
    <title>DSpace Collection: วิทยานิพนธ์</title>
    <link>http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/843</link>
    <description>วิทยานิพนธ์</description>
    <pubDate>Sun, 05 Apr 2026 21:25:48 GMT</pubDate>
    <dc:date>2026-04-05T21:25:48Z</dc:date>
    <item>
      <title>การเมืองเชิงนโยบายกับการจัดสวัสดิการผู้สูงอายุ และความคาดหวังของประชาชน : กรณีศึกษาเทศบาลเมืองชุมพร อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร</title>
      <link>http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/1163</link>
      <description>Title: การเมืองเชิงนโยบายกับการจัดสวัสดิการผู้สูงอายุ และความคาดหวังของประชาชน : กรณีศึกษาเทศบาลเมืองชุมพร อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร
Authors: มุกรินทร์ ปิ่นระลึก
Abstract: งานวิจัยนี้มีวัตุประสงค์เพื่อศึกษานโยบายและการดำเนินงานด้านสวัสดิการผู้สูงอายุ เปรียบเทียบความสอดคล้องระหว่างนโยบายสวัสดิการผู้สูงอายุที่เป็นอยู่กับความต้องการสวัสดิการที่คาดหวังของผู้สูงอายุในเขตเทศบาลเมืองชุมพร อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร และเสนอแนวทางเชิงนโยบายในการพัฒนาระบบสวัสดิการผู้สูงอายุของเทศบาลเมืองชุมพรให้ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน กลุ่มตัวอย่างคือ ประชากรผู้สูงอายุ ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ในเขตพื้นที่เทศบาลเมืองชุมพร อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร จำนวน 382 คน แต่เพื่อป้องกันความคลาดเคลื่อนของข้อมูล จึงทำการเก็บตัวอย่างเพิ่มเติมเป็น 400 คน รวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยแจกแจงค่าความถี่ ค่าร้อยละ สถิติค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และจัดลำดับความสำคัญของค่าดัชนีจัดเรียงลำดับความต้องการจำเป็นแบบปรับปรุง&#xD;
ผลการศึกษาพบว่า ค่าดัชนีลำดับความต้องการจำเป็นของผู้สูงอายุต่อสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุของเทศบาล เมืองชุมพร อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร ให้ความสำคัญกับสวัสดิการด้านที่พักอาศัยเป็นลำดับแรก แสดงให้เห็นว่าผู้สูงอายุในพื้นที่ ยังคงให้ความสำคัญในเรื่องของที่พักอาศัย เนื่องจากในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองชุมพร มีประชากรที่เข้าสู่วัยผู้สูงอายุเป็นจำนวนมาก จึงต้องการที่อยู่อาศัยที่มั่นคง รู้สึกปลอดภัย สะดวกและมีคุณภาพชีวิตที่ดีในช่วงวัยที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ รองลงมาคือสวัสดิการด้านรายได้ ด้านสุขภาพและการรักษาพยาบาลเป็นลำดับที่ 3 ด้านความมั่นคงทางสังคม ครอบครัว และผู้ดูแลเป็นลำดับที่ 4 และสุดท้ายคือ ด้านสันทนาการ อาจเนื่องมาจากผู้สูงอายุมีข้อจำกัดในด้านสุขภาพ จึงอาจไม่สามารถที่จะเข้าร่วมกิจกรรมสันทนาการได้อย่างเต็มที่&#xD;
ข้อเสนอแนะจากการวิจัยได้แก่ เทศบาลเมืองชุมพร อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร ควรจัดให้มีบริการสุขภาพเชิงรุก เช่น การตรวจสุขภาพประจำปี การเยี่ยมบ้านผู้สูงอายุติดบ้าน-ติดเตียง และการจัดทีมแพทย์หรืออาสาสมัครสาธารณสุขเข้าไปในชุมชนอย่างสม่ำเสมอ ดำเนินโครงการปรับปรุงและซ่อมแซมบ้านผู้สูงอายุที่ต้องการความช่วยเหลือ โดยจัดสรรงบประมาณเพื่อการติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกรวมถึงจัดให้มีการสนับสนุนผู้ดูแลผู้สูงอายุ อบรมทักษะต่างๆ ในการดูแลผู้สูงอายุ</description>
      <pubDate>Tue, 27 Dec 2568 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/1163</guid>
      <dc:date>2568-12-27T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่น ของเทศบาลนครเกาะสมุย อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี</title>
      <link>http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/1162</link>
      <description>Title: การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่น ของเทศบาลนครเกาะสมุย อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี
Authors: ศิรณัฏฐ์ สำเร
Abstract: การค้นคว้าอิสระครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาระดับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นของเทศบาลนครเกาะสมุย อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฏร์ธานี 2) เพื่อเปรียบเทียบการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นของเทศบาลนครเกาะสมุย อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฏร์ธานี จำแนกตามข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ได้แก่ เพศ อายุ สถานภาพการสมรส ระดับการศึกษา อาชีพ และตำบลที่อาศัย 3) เพื่อศึกษาปัญหาและอุปสรรคการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นของเทศบาลนครเกาะสมุย อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฏร์ธานี 4) เพื่อหาแนวทางการพัฒนาการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นของเทศบาลนครเกาะสมุย อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฏร์ธานี งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยแบบผสานวิธี ทั้งการวิจัยเชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพ จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 400 คน และใช้วิธีสัมภาษณ์เชิงลึกรวบรวมข้อมูลจากลุ่มเป้าหมายโดยเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง จำนวน 10 คน&#xD;
วิเคราะห์ข้อมูลผลการวิจัยพบว่า 1) ระดับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นของเทศบาลนครเกาะสมุย โดยรวมอยู่ในระดับมาก 2) ประชาชนที่มีสถานภาพการสมรสที่แตกต่างกัน การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นของเทศบาลนครเกาะสมุย ไม่แตกต่างกัน โดยมีเพียง 1 ด้านที่พบความแตกต่าง คือ ด้านการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ซึ่งสอดคล้องกับสมมติฐานที่วางไว้ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3) ปัญหาอุปสรรคประชาชนบางส่วนรู้สึกว่าการแสดงความคิดเห็นไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงแผนงานจริง หรือเคยเข้าร่วมแล้วแต่ข้อเสนอแนะไม่ได้รับการนำไปพิจารณาทำให้เกิดความท้อแท้และไม่อยากเข้าร่วมอีกในอนาคต 4) แนวทางการพัฒนาการมีส่วนร่วมทางการเมืองควรมีการประชาสัมพันธ์ข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่น รวมถึงช่องทางหลายๆ รูปแบบ จัดเวทีประชาคมเปิดโอกาสให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็นอย่างทั่วถึง</description>
      <pubDate>Tue, 27 Dec 2568 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/1162</guid>
      <dc:date>2568-12-27T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>แนวทางการพัฒนาระบบการประชาสัมพันธ์ท้องถิ่นอย่างมีส่วนร่วมของเทศบาลนครเกาะสมุย อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี</title>
      <link>http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/1161</link>
      <description>Title: แนวทางการพัฒนาระบบการประชาสัมพันธ์ท้องถิ่นอย่างมีส่วนร่วมของเทศบาลนครเกาะสมุย อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี
Authors: อัจฉริยา เพชรรัตน์
Abstract: การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการดำเนินงานด้านการประชาสัมพันธ์ของเทศบาลนครเกาะสมุย&#xD;
อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี 2) วิเคราะห์ปัญหาและอุปสรรคของระบบการประชาสัมพันธ์ของเทศบาลนคร&#xD;
เกาะสมุย อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี 3) เสนอแนวทางการพัฒนาระบบการประชาสัมพันธ์ท้องถิ่นอย่างมี&#xD;
ส่วนร่วมของเทศบาลนครเกาะสมุย อำเภอเกาะสมุ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บรวบรวมข้อมูล&#xD;
โดยการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 15 คน ด้วยแบบสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง วิเคราะห์ข้อมูล&#xD;
โดยวิธีการวิเคราะห์เนื้อหา&#xD;
ผลการวิจัยพบว่า 1) การดำเนินงานด้านการประชาสัมพันธ์ของเทศบาลนครเกาะสมุยมีประสิทธิภาพในระดับหนึ่ง โดยเจ้าหน้าที่มีการวางแผนการทำงาน ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น โปรแกรมแคนวา โฟโตช็อป พรีเมียร์ โปร แอปแคปคัท และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์สำหรับสนทนาอัตโนมัติ พร้อมทั้งเผยแพร่ข้อมูลผ่านช่องทางที่หลากหลาย ทั้งสื่อสังคมออนไลน์และสื่อแบบดั้งเดิม ผู้บริหารให้การสนับสนุนการสื่อสารที่โปร่งใสและมีระบบติดตามประเมินผลอย่างสม่ำเสมอ 2) ปัญหาและอุปสรรคที่สำคัญ ได้แก่ บุคลากรมีจำนวนไม่เพียงพอและขาดทักษะด้านเทคโนโลยี อุปกรณ์ไม่ทันสมัย ขาดการติดต่อสื่อสารกับชุมชนอย่างต่อเนื่อง ขาดหลักการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ และมีงบประมาณไม่เพียงพอสำหรับพื้นที่รับผิดชอบขนาดใหญ่ถึง 252 ตารางกิโลเมตร 3) แนวทางการพัฒนาระบบการประชาสัมพันธ์ท้องถิ่นอย่างมีส่วนร่วม ประกอบด้วย การวางแผนเชิงกลยุทธ์ การสร้างนวัตกรรมการบูรณาการสื่อ การเข้าถึงข้อมูล การสื่อสารที่ตอบสนอง การยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง และการมีส่วนร่วมของประชาชน ผู้วิจัยสังเคราะห์เป็นรูปแบบเรียกว่า “PRSAMUI” ซึ่งแนวทางดังกล่าวต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายทั้งเจ้าหน้าที่ ผู้บริหาร และประชาชน เพื่อให้เกิดการประชาสัมพันธ์แบบสองทางที่มีประสิทธิภาพ</description>
      <pubDate>Tue, 27 Dec 2568 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/1161</guid>
      <dc:date>2568-12-27T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>การเมืองกับการมีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนาบุคลากรท้องถิ่นสู่การเป็นองค์กรปกครองท้องถิ่นดิจิทัล : กรณีศึกษาเทศบาลนครเกาะสมุย อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี</title>
      <link>http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/1160</link>
      <description>Title: การเมืองกับการมีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนาบุคลากรท้องถิ่นสู่การเป็นองค์กรปกครองท้องถิ่นดิจิทัล : กรณีศึกษาเทศบาลนครเกาะสมุย อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี
Authors: วนิดา สันขาว
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาบริบททางการเมืองในกระบวนการพัฒนาศักยภาพของบุคลากร&#xD;
ท้องถิ่นสู่การเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดิจิทัล เทศบาลนครเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี 2) วิเคราะห์ปัญหา&#xD;
อุปสรรค และปัจจัยทางการเมืองที่มีผลต่อการมีส่วนร่วมในการส่งเสริมศักยภาพของบุคลากรเทศบาลนครเกาะสมุย&#xD;
สู่การเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดิจิทัล และ 3) เสนอแนวทางเชิงนโยบายทางการเมืองกับการมีส่วนร่วม&#xD;
ในกระบวนการพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น สู่การเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดิจิทัล ของเทศบาลนครเกาะสมุย จังหวัด&#xD;
สุราษฎร์ธานี เป็นการวิจัยแบบผสานวิธี โดยการวิจัยเชิงปริมาณ จากบุคลากรในสังกัดเทศบาลนครเกาะสมุย จำนวน&#xD;
295 คน โดยใช้สถิติเชิงพรรณนา และการวิจัยเชิงคุณภาพ เป็นการสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง จากกลุ่มเป้าหมาย&#xD;
ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 8 คน&#xD;
ผลการวิจัยพบว่า 1) บุคลากรส่วนใหญ่มีความคิดเห็นเกี่ยวกับกระบวนการพัฒนาศักยภาพของบุคลากร&#xD;
ท้องถิ่นสู่การเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดิจิทัล มีความคิดเห็นในค่าเฉลี่ยรวมอยู่ในระดับมาก 2) การพัฒนา&#xD;
บุคลากรของเทศบาลนครเกาะสมุย มีปัญหาหรืออุปสรรคในด้าน ปัญหาด้านทรัพยากร งบประมาณทีมีอย่างจำกัด&#xD;
ขาดบุคลากรเชี่ยวชาญด้านดิจิทัล และยังขาดทักษะในหลายด้าน ต้องจัดให้มีการพัฒนาหลักสูตรอบรม สร้างแรง จูงใจ&#xD;
ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน และสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก ในส่วนของปัจจัยทางการเมืองที่มีผลต่อการ&#xD;
มีส่วนร่วมในการส่งเสริมศักยภาพของบุคลากรเทศบาลนครเกาะสมุย ได้แก่ ปัจจัยด้านวัฒนธรรมองค์กร ปัจจัย&#xD;
ด้าน กลยุทธ์ดิจิทัล ปัจจัยด้านเทคโนโลยี ปัจจัยด้านผู้น าองค์กร ปัจจัยด้านผู้ปฏิบัติงาน และปัจจัยด้านกระบวนการ&#xD;
จัดการ และ 3) แนวทางเชิงนโยบายทางการเมืองกับการมีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น สู่การเป็น&#xD;
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดิจิทัล ประกอบด้วย การพัฒนาทักษะและเพิ่มศักยภาพของบุคลากร ด้านการเพิ่มความรู้และทักษะในการทำงาน ด้านการปรับปรุงกฎหมาย/กฎระเบียบเพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการทำงาน และด้านการพัฒนาและการจัดหาวัสดุอุปกรณ์</description>
      <pubDate>Tue, 27 Dec 2568 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/1160</guid>
      <dc:date>2568-12-27T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>การเมืองกับนโยบายการพัฒนาสถานธนานุบาลเทศบาลนครเกาะสมุย อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี</title>
      <link>http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/1159</link>
      <description>Title: การเมืองกับนโยบายการพัฒนาสถานธนานุบาลเทศบาลนครเกาะสมุย อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี
Authors: สัจพงศ์ แข่งขัน
Abstract: การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาคุณภาพการให้บริการปัญหาและอุปสรรคในการให้บริการ 2) เพื่อ&#xD;
เปรียบเทียบคุณภาพการให้บริการจําแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล และ 3) เพื่อเสนอแนวทางเชิงนโยบายและกลไก&#xD;
ลการพัฒนาสถานธนานุบาลเทศบาลนครเกาะสมุย อําเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยใช้ระเบียบวิธีการวิจัย&#xD;
แบบผสานวิธี การวิจัยเชิงปริมาณ เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามจากผู้มารับบริการจํานวน 330 คน การวิจัย&#xD;
เชิงคุณภาพ ใช้การสัมภาษณ์เชิงลึกกลุ่มผู้ให้ข้อมูลสําคัญเจ้าหน้าที่ของสถานธนานุบาลเทศบาลนครเกาะสมุย 8 คน&#xD;
วิเคราะห์ผล แบ่งเป็นการวิจัยเชิงปริมาณใช้สถิติค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 2) สถิติ&#xD;
เชิงอนุมาน ใช้การวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว F-test การวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้วิธีวิเคราะห์ข้อมูลเชิง&#xD;
เนื้อหา พบว่า สถานธนานุบาล เทศบาลนครเกาะสมุยมีคุณภาพการให้บริการโดยรวมในระดับสูง ปัญหาและ&#xD;
อุปสรรคในการให้บริการที่พบ คือ 1) ปัญหาด้านป้ายบอกตําแหน่งที่ตั้ง 2) ปัญหาด้านการให้บริการกับชาวต่างชาติ&#xD;
3) ปัญหาด้านการประชาสัมพันธ์ และ 4) ปัญหาด้านการจัดเก็บสินค้าแบรนด์เนม ผลการเปรียบเทียบคุณภาพการ&#xD;
ให้บริการของสถานธนานุบาลเทศบาลนครเกาะสมุยจําแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล พบว่า เพศ อายุ และรายได้ที่&#xD;
แตกต่างกัน มีความคิดเห็นต่อคุณภาพการให้บริการแตกต่างกัน แนวทางเชิงนโยบายและกลไกลการพัฒนาสถานธ&#xD;
นานุบาล คือ 1) ควรเพิ่มป้ายบอกตําแหน่งที่บริเวณตัวอาคารสถานธนานุบาล 2) ควรมีการแปลเอกสารที่สําคัญให้มี&#xD;
อย่างน้อย 2 ภาษา (ไทย-อังกฤษ) พร้อมคู่มือคําอธิบาย 3) ควรมีการสร้างทีมเฉพาะกิจด้านประชาสัมพันธ์ และ&#xD;
4) ควรมีการดําเนินการจัดอบรมสินค้าแบรนด์เนม พร้อมปรับปรุงสถานที่จัดเก็บให้เหมาะสมมากขึ้น</description>
      <pubDate>Tue, 27 Dec 2568 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/1159</guid>
      <dc:date>2568-12-27T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
  </channel>
</rss>

