<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" version="2.0">
  <channel>
    <title>DSpace Community: ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต</title>
    <link>http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/1096</link>
    <description>ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต</description>
    <pubDate>Tue, 07 Apr 2026 01:47:22 GMT</pubDate>
    <dc:date>2026-04-07T01:47:22Z</dc:date>
    <item>
      <title>มาตรการทางกฎหมายในการรับบริการสุขภาพของผู้สูงอายุชุมชนตลิ่งงาม  อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี</title>
      <link>http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/1167</link>
      <description>Title: มาตรการทางกฎหมายในการรับบริการสุขภาพของผู้สูงอายุชุมชนตลิ่งงาม  อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี
Authors: ดนิตา เพ็ชรรัตน์
Abstract: การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัญหาในการรับบริการสุขภาพของผู้สูงอายุ 2) วิเคราะห์มาตรการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการรับบริการสุขภาพของผู้สูงอายุ และ 3) เสนอแนะมาตราการทางกฎหมายในการรับบริการสุขภาพของผู้สูงอายุที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ชุมชนตลิ่งงาม อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ผู้ศึกษาใช้รูปแบบการวิจัยเชิงคุณภาพด้วยวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล 2 วิธีหลัก ได้แก่ การศึกษาเอกสาร จากหนังสือ ตำรา บทความวิชาการ งานวิจัย และการสังเกตการณ์แบบมีส่วนร่วม แล้วนำข้อมูลมาวิเคราะห์ สังเคราะห์และใช้วิธีเรียบเรียงแบบพรรณนาความเพื่อให้ได้มาตราการทางกฎหมายในการรับบริการสุขภาพของผู้สูงอายุ&#xD;
	ผลการศึกษาพบว่า 1) ชุมชนตลิ่งงามเป็นชุมชนชายฝั่งทะเลที่มีประชากรผู้สูงอายุคิดเป็นร้อยละ 16.23 ของประชากรทั้งหมด ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของจังหวัดสุราษฎร์ธานี สภาพปัญหาหลักในการรับบริการสุขภาพของผู้สูงอายุประกอบด้วย 5 ด้านสำคัญ ได้แก่ (1) การเข้าถึงบริการสุขภาพที่เกิดจากข้อจำกัดด้านการคมนาคมและระยะทาง รวมถึงข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐานและทรัพยากร (2) ระบบการให้บริการที่ขาดการบูรณาการและประสานงานระหว่างหน่วยงาน (3) การจัดบริการที่ขาดความหลากหลายและครอบคลุม (4) คุณภาพการให้บริการที่ยังไม่เป็นไปตามมาตรฐาน และ (5) การรับรู้สิทธิและการเข้าถึงบริการตามกฎหมายของผู้สูงอายุ 2) กรอบกฎหมายระดับชาติมีความครอบคลุมในเชิงหลักการ แต่ยังมีช่องว่างที่สำคัญในการบังคับใช้และการตอบสนองต่อปัญหาเฉพาะของพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำมาตรการและกฎหมายไปปฏิบัติยังไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ องค์การบริหารส่วนตำบลตลิ่งงามยังไม่ได้ใช้อำนาจตามกฎหมายอย่างเต็มศักยภาพ และข้อบัญญัติท้องถิ่นยังขาดความครอบคลุมและกลไกการบังคับใช้ที่มีประสิทธิภาพ และ  3) จากการศึกษาวิเคราะห์ปัญหาและช่องว่างทางกฎหมาย ผู้วิจัยได้พัฒนามาตรการทางกฎหมายที่ครอบคลุม สอดคล้องกับปัญหาเฉพาะของพื้นที่เกาะ 4 ประเด็นหลัก คือ (1) มาตรการด้านการปรับปรุงข้อบัญญัติท้องถิ่นสำหรับการให้บริการสุขภาพผู้สูงอายุ (2) มาตรการด้านการปรับปรุงการเข้าถึงบริการสุขภาพของผู้สูงอายุ (3) มาตรการด้านการคุ้มครองสิทธิและการเข้าถึงความยุติธรรมของผู้สูงอายุ และ (4) มาตรการด้านการติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน ทั้งนี้ยังมีข้อเสนอแนะในการให้องค์การบริหารส่วนตำบลตลิ่งงามดำเนินการจัดทำข้อบัญญัติท้องถิ่นเรื่องมาตรฐานการให้บริการสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการให้บริการ และจัดตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียนและให้ความช่วยเหลือผู้สูงอายุในระดับนโยบาย
Description: บทความวิจัยของนักศึกษาระดับปริญญาโท แผน ข หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพัฒนากระบวนการยุติธรรม</description>
      <pubDate>Sun, 22 Jan 2569 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/1167</guid>
      <dc:date>2569-01-22T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>ปัญหาการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในชั้นศาลโดยผู้ประนีประนอม: กรณีศึกษาในศาลจังหวัดเกาะสมุย</title>
      <link>http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/1100</link>
      <description>Title: ปัญหาการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในชั้นศาลโดยผู้ประนีประนอม: กรณีศึกษาในศาลจังหวัดเกาะสมุย
Authors: ขนิษฐา เหงี่ยมไพศาล; สิทธิกร ศักดิ์แสง
Abstract: การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาแนวคิดทฤษฎีและกฎหมายที่เกี่ยวข้องที่มีผลต่อการดำเนินการไกล่เกลี่ยกับข้อพิพาททางแพ่งในศาล 2) ศึกษาวิเคราะห์ปัญหาที่มีผลต่อการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในศาลโดยผู้ประนีประนอม : กรณีศึกษาในศาลจังหวัดเกาะสมุย และ 3) หาแนวทางในการพัฒนาการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในศาลโดยผู้ประนีประนอมในศาลจังหวัดเกาะสมุย&#xD;
การศึกษานี้ได้ใช้วิธีการศึกษาเชิงคุณภาพ โดยการศึกษาและการวิเคราะห์เอกสารทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทและจากการสังเกตุ ผลการศึกษาพบว่า สิ่งที่มีปัญหาในการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในศาล คือกฎหมายบางข้อไม่สนับสนุนการไกล่เกลี่ยในศาลอย่างเต็มที่ทำให้การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในศาลยังมีปัญหาข้อกฎหมายที่ควรปรับปรุงแก้ไข จำนวนทุนทรัพย์ที่ต้องไกล่เกลี่ยสูงมักไกล่เกลี่ยได้ยาก คู่พิพาทไม่มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ไม่ทราบวัตถุประสงค์และประโยชน์ของการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทจึงไม่ให้ความยอมรับและความร่วมมือในการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเท่าที่ควร ชาวต่างชาติมักจะระแวงไม่ไว้วางใจและไม่มีความเข้าใจในกระบวนการยุติธรรมของไทยและมีปัญหาเรื่องภาษาที่ทำให้การเจรจาไกล่เกลี่ยเป็นไปได้ด้วยความลำบากและใช้เวลานาน บทบาทของทนายความที่ให้น้ำหนักไปในการว่าความมากกว่าการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ผู้ประนีประนอมยังขาดคุณลักษณะบางประการที่ส่งเสริมการไกล่เกลี่ยให้มีมีประสิทธิภาพได้มากยิ่งขึ้น ข้อเสนอแนะ ควรแก้ไขข้อกำหนดศาลฎีกากับการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในชั้นศาลให้สนันสนุนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในชั้นศาลโดยผู้ประนีประนอม ควรตั้งผู้ประนีประนอมเป็นคณะในการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทที่มีทุนทรัพย์สูง ควรส่งเสริมให้ทนายความสนับสนุนการไกล่เลกี่ยข้อพิพาทในศาล ควรมีล่ามที่เชี่ยวชาญในการแปลภาษาที่เกี่ยวกับศัพท์ทางกฎหมาย และควรส่งเสริมให้ผู้ประนีประนอมในศาลได้พัฒนาศักภาพอย่างสม่ำเสมอ เพื่อการพัฒนาการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในชั้นศาลโดยผู้ประนีประนอม
Description: การค้นคว้าอิสระศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาพัฒนากระบวนการยุติธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี</description>
      <pubDate>Sun, 21 Feb 2568 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/1100</guid>
      <dc:date>2568-02-21T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>มาตราการในการป้องกันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กรณีศึกษา การหลอกลวงให้โอนเงินทางออนไลน์ในพื้นที่อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี</title>
      <link>http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/1099</link>
      <description>Title: มาตราการในการป้องกันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กรณีศึกษา การหลอกลวงให้โอนเงินทางออนไลน์ในพื้นที่อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี
Authors: ณภพร นพสุวรรณ; อัคคกร ไชยพงษ์
Abstract: การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษารูปแบบของอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในกรณีการหลอกลวงให้โอนเงินออนไลน์ในพื้นที่อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี 2) เพื่อศึกษาบทบาทของรัฐในการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กรณีศึกษา การหลอกลวงให้โอนเงินทางออนไลน์และ 3) เพื่อศึกษามาตราการในการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กรณีศึกษา การหลอกลวงให้โอนเงินทางออนไลน์ การวิจัยนี้ใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยวิเคราะห์จากเอกสาร การวิจัยแบบตีความ และการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้เสียหายจากการหลอกลวงออนไลน์ จำนวน 7 ราย ผลการศึกษาพบว่า 1) รูปแบบการหลอกลวงออนไลน์ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคาร ตำรวจ หน่วยงานขนส่ง และบริษัทต่าง ๆ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และใช้เทคนิคเร่งรัดหรือข่มขู่เหยื่อให้โอนเงิน รวมถึงการใช้โปรไฟล์ปลอมบนแพลตฟอร์มการลงทุน พบว่า มีรูปแบบการหลอกลวงถึง 12 ประเภท นอกจากนี้ 2) บทบาทของรัฐในการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในรูปแบบการหลอกลวงให้โอนเงินออนไลน์ เกี่ยวข้องกับการพัฒนากฎหมายเฉพาะทาง การเสริมทักษะเจ้าหน้าที่ และการสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชน เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี นอกจากนี้ รัฐยังต้องประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดเพื่อสร้างมาตรการป้องกันที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน ดังนั้น 3) มาตรการป้องกันควรเน้นการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและสนับสนุนทางกฎหมาย ช่วยให้การสืบสวนและดำเนินคดีมีประสิทธิภาพ การฝึกอบรมบุคลากร และการให้ข้อมูลผ่านสื่อออนไลน์และสื่อสาธารณะ เพื่อเพิ่มความตระหนักรู้ จะช่วยลดความเสี่ยงของการหลอกลวงทางออนไลน์ได้ การศึกษาครั้งนี้จึงข้อเสนอแนะเชิงนโยบายมี 7 ข้อ ได้แก่ 1) เพิ่มการรณรงค์สร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชน 2) จัดตั้งศูนย์ประสานงานท้องถิ่น 3) สนับสนุนการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานรัฐ 4) พัฒนาทักษะด้านความปลอดภัยไซเบอร์ของบุคลากร 5) จัดตั้งกองทุนสนับสนุนการวิจัยเครื่องมือป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 6) ส่งเสริมการรายงานเหตุอาชญากรรมทางออนไลน์ผ่านช่องทางที่เข้าถึงง่าย และ 7) พัฒนาระบบเฝ้าระวังชุมชนผ่านความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐและเอกชน
Description: การค้นคว้าอิสระศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพัฒนากระบวนการยุติธรรม</description>
      <pubDate>Sun, 21 Feb 2568 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/1099</guid>
      <dc:date>2568-02-21T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
  </channel>
</rss>

