<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rdf:RDF xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#" xmlns="http://purl.org/rss/1.0/" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <channel rdf:about="http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/701">
    <title>DSpace Collection:</title>
    <link>http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/701</link>
    <description />
    <items>
      <rdf:Seq>
        <rdf:li rdf:resource="http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/1119" />
      </rdf:Seq>
    </items>
    <dc:date>2026-04-07T01:47:20Z</dc:date>
  </channel>
  <item rdf:about="http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/1119">
    <title>การพัฒนาสื่อเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม Augmented reality (AR) เรื่อง การให้ยาในเด็กสำหรับนักศึกษาพยาบาล</title>
    <link>http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/1119</link>
    <description>Title: การพัฒนาสื่อเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม Augmented reality (AR) เรื่อง การให้ยาในเด็กสำหรับนักศึกษาพยาบาล
Authors: กชณิภา ผลพฤกษ์
Abstract: การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์1) เพื่อพัฒนาสื่อเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม เพื่อการเรียนรู้ด้วยตนเองสำหรับนักศึกษา 2) ศึกษาประสิทธิผลของการให้ความรู้เรื่องการให้ยาในเด็กผ่านสื่อเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมของนักศึกษาพยาบาล และ3) ศึกษาความพึงพอใจต่อการใช้สื่อเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมของนักศึกษาพยาบาล นักศึกษาพยาบาลชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ภาคการศึกษา 3/2565 ที่ลงทะเบียนรายวิชา ปฏิบัติการพยาบาลเด็กและวัยรุ่น (NURNS 24) จำนวน &#xD;
70 คน การสอนแบบปกติร่วมกับสื่อเทคโนโลยีความจริงเสริม Augmented reality (AR) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) สื่อการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมการให้ยาในเด็ก 2) แบบประเมินความรู้และทักษะการให้ยา และ 3) แบบประเมินความพึงพอใจหลังการใช้สื่อการใช้สื่อความเป็นจริงเสริมผลการวิจัยพบว่า หลังการสอนโดยผู้สอนร่วมกับการใช้สื่อเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม กลุ่มตัวอย่างมีคะแนนเฉลี่ยทักษะการใช้ยาเพิ่มขึ้นทั้ง 3 ทักษะ โดยเมื่อเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยมาตรฐาน พบว่าทักษะการให้ยาทางปากมีคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นมากที่สุดร้อยละ 4.77 คะแนน ทักษะที่มีคะแนน&#xD;
มาตรฐานเฉลี่ยเพิ่มขึ้นน้อยที่สุด ได้แก่ ทักษะการบริหารยา small dose ทางหลอดเลือดดำ มีคะแนนมาตรฐานเฉลี่ยเพิ่มขึ้น ร้อยละ 2.23 หลังการสอนโดยผู้สอนร่วมกับการใช้สื่อเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม กลุ่มตัวอย่างมีคะแนนทักษะการบริหารยาทางปาก การพ่นยา และการบริหารยา small dose สูงขึ้นกว่าก่อนการสอนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ p &lt; 0.001 และ ความพึงพอใจต่อการใช้สื่อเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมที่พัฒนาขึ้น โดยรวมอยู่ในระดับดี (x̄= 4.41., SD=0.69) เมื่อ&#xD;
พิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า มีจำนวน 2 ข้อที่มีค่าเฉลี่ยความพึงพอใจสูงสุดเท่ากัน คือ นักศึกษาสามารถทบทวนบทเรียนด้วยตนเอง (x̄= 4.46, SD=0.61) และหลังดูสื่อเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม ทำให้นักศึกษามีความมั่นใจในปฏิบัติงานเพิ่มมากขึ้น (x̄= 4.46, SD=0.70) การส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการพัฒนาสื่อเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมที่หลากหลายในการเตรียมความพร้อมก่อนการขึ้นฝึกปฏิบัติงานแก่นักศึกษา และนําสื่อเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม ไปทดลองศึกษาประสิทธิผลกับนักศึกษาพยาบาลศาสตร์ชั้นปีที่ 3 ที่กำลังศึกษาในวิทยาลัยพยาบาลหรือมหาวิทยาลัยอื่น จะสามารถได้ข้อสรุปผลการศึกษากว้างขวางมากยิ่งขึ้น</description>
    <dc:date>2568-09-08T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
</rdf:RDF>

