<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rdf:RDF xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#" xmlns="http://purl.org/rss/1.0/" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <channel rdf:about="http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/22">
    <title>DSpace Collection:</title>
    <link>http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/22</link>
    <description />
    <items>
      <rdf:Seq>
        <rdf:li rdf:resource="http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/676" />
        <rdf:li rdf:resource="http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/133" />
        <rdf:li rdf:resource="http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/127" />
      </rdf:Seq>
    </items>
    <dc:date>2026-04-13T02:17:27Z</dc:date>
  </channel>
  <item rdf:about="http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/676">
    <title>คุณภาพชีวิตการทำงานของลูกจ้างในสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตภาคใต้</title>
    <link>http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/676</link>
    <description>Title: คุณภาพชีวิตการทำงานของลูกจ้างในสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตภาคใต้
Authors: ปิยานันท์ นิ่มวุ่น
Abstract: การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา เปรียบเทียบ และศึกษาปัญหา ข้อเสนอแนะ&#xD;
ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของลูกจ้างในสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตภาคใต้ ประชากรที่ใช้ในการวิจัย&#xD;
คือ ลูกจ้างในสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตภาคใต้ 4 แห่ง จำนวน 217 คน กลุ่มตัวอย่างได้มาโดย&#xD;
วิธีการคำนวณของ Taro Yamane จำนวน 145 คน โดยใช้แบบสอบถามและการสัมภาษณ์จาก&#xD;
ผู้บริหารที่เป็นรองอธิการบดีสถาบันการพลศึกษา ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายบริหาร ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่าย&#xD;
วิชาการ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายแผนและพัฒนา ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและกิจการพิเศษ&#xD;
ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิจัยและประเมินผลรองคณบดีคณะวิทยาศาสตร์การกีฬาและสุขภาพ รองคณบดี&#xD;
คณะศึกษาศาสตร์รองคณบดีคณะศิลปะศาสตร์รวมทั้งสิ้น จำนวน 36 คน ใช้แบบสอบถามที่มีค่า&#xD;
ความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.96 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน&#xD;
และสถิติทดสอบ ได้แก่สถิติทดสอบที การวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว&#xD;
ผลการศึกษาพบว่า คุณภาพชีวิตการทำงานของลูกจ้างในสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขต&#xD;
ภาคใต้โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณาในแต่ละด้านเรียงตามลำดับจากมากไปหาน้อย&#xD;
ด้านสภาพที่ทำงานปลอดภัยและไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ด้านการพัฒนาศักยภาพของผู้ปฏิบัติงาน&#xD;
ด้านความสมดุลระหว่างงานกับชีวิตส่วนตัว ด้านการปฏิบัติงานร่วมกันและความสัมพันธ์กับผู้อื่น&#xD;
ภายในองค์กร ด้านลักษณะการบริหารงาน ด้านสิทธิส่วนบุคคล ด้านความก้าวหน้าและความมั่นคง&#xD;
ในการทำงาน ด้านผลตอบแทนที่เพียงพอและยุติธรรม ผลการเปรียบเทียบคุณภาพชีวิตการทำงาน&#xD;
ของลูกจ้างในสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตภาคใต้ที่มีเพศ อายุ ระดับการศึกษา ตำแหน+ง เงินเดือน&#xD;
ระยะเวลาการทำงาน มีคุณภาพชีวิตการทำงานของลูกจ้างในสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตภาคใต้&#xD;
ไม่แตกต่างกัน และแนวทางการพัฒนา คือ สถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตภาคใต้ควรส่งเจ้าหน้าที่&#xD;
ให้มีการอบรมวิชาชีพ ควรกำหนดอัตราค่าจ้างตามวุฒิการศึกษา จัดให้มีสวัสดิการเกี่ยวกับค่ารักษา&#xD;
พยาบาลเช่นเดียวกับข้าราชการหรือลูกจ้างประจำ</description>
    <dc:date>2561-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/133">
    <title>ประสิทธิผลการให้บริการสาธารณะ กรณีศึกษา การประปาส่วนภูมิภาค สาขาสุราษฎร์ธานี อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี</title>
    <link>http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/133</link>
    <description>Title: ประสิทธิผลการให้บริการสาธารณะ กรณีศึกษา การประปาส่วนภูมิภาค สาขาสุราษฎร์ธานี อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี
Authors: อภิชาติ  ถ้ำจันทร์
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิผลการให้บริการสาธารณะและศึกษาข้อเสนอแนะเกี่ยวกับประสิทธิผลการให้บริการสาธารณะ กรณีศึกษา การประปาส่วนภูมิภาคสาขาสุราษฎร์ธานี เก็บข้อมูลจากประชาชนผู้ใช้บริการการประปาส่วนภูมิภาคสาขาสุราษฎร์ธานี จำนวน 400 คน โดยใช้แบบสอบถาม มีค่าความเชื่อมั่น 0.97 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติทดสอบ ได้แก่ ค่าทดสอบที และการวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบ&#xD;
ทางเดียว &#xD;
ผลการวิจัยพบว่า ประสิทธิผลการให้บริการสาธารณะของการประปาส่วนภูมิภาค ในภาพรวมและรายด้านอยู่ในระดับปานกลาง เรียงลำดับดังนี้ ด้านเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการ ด้านกระบวนการขั้นตอนในการให้บริการด้านสิ่งอำนวยความสะดวก และด้านความไว้วางใจของการบริการ ผลการเปรียบเทียบประสิทธิผลการให้บริการสาธารณะของประชาชนผู้ใช้บริการไม่ต่างกัน ข้อเสนอแนะควรปรับปรุงเรื่องแรงดันการไหลของน้ำประปา คุณภาพน้ำประปาและสถานที่จอดรถ เป็นต้น</description>
    <dc:date>2558-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/127">
    <title>การมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริการสาธารณะ กรณีศึกษา เทศบาลตำบลพนม อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี</title>
    <link>http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/127</link>
    <description>Title: การมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริการสาธารณะ กรณีศึกษา เทศบาลตำบลพนม อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี
Authors: ธรรมนูญ ทองส่งโสม
Abstract: การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบระดับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริการสาธารณะ ศึกษาข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริการสาธารณะ กรณีศึกษาเทศบาลตำบลพนม อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี เก็บข้อมูลจากประชาชนในเขตเทศบาลตำบลพนม จำนวน 349 คน โดยใช้แบบสอบถาม มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.85 การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติทดสอบ ได้แก่ สถิติทดสอบที และ การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว&#xD;
ผลการวิจัยพบว่า การมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริการสาธารณะ ในภาพรวมและ รายด้านอยู่ในระดับปานกลาง โดยเรียงลำดับจากค่าเฉลี่ยมากไปหาน้อยได้ดังนี้ การมีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรม การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ การมีส่วนร่วมในผลประโยชน์ และการมีส่วนร่วม ในการตรวจสอบและประเมินผล ตามลำดับ ผลการเปรียบเทียบระดับการมีส่วนร่วมของประชาชน ในการบริการสาธารณะ จำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล โดยรวมไม่แตกต่างกัน ข้อเสนอแนะให้บทบาทแก่ประชาชนให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจ ดำเนินภารกิจ และเทศบาลมีหน้าที่ในการส่งเสริมสนับสนุน การให้ข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชนเกี่ยวกับกิจกรรมต่าง ๆ ของเทศบาล การจัดทำสื่อเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ และเว็บไซต์การให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการให้ข้อมูลเท็จจริง ความรู้สึกและความคิดเห็นประกอบการตัดสินใจ เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมทำงานตลอดกระบวนการตัดสินใจร่วมกับภาคประชาชน ในรูปแบบการประชุมเชิงปฏิบัติการ</description>
    <dc:date>2558-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
</rdf:RDF>

