<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rdf:RDF xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#" xmlns="http://purl.org/rss/1.0/" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <channel rdf:about="http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/12">
    <title>DSpace Collection:</title>
    <link>http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/12</link>
    <description />
    <items>
      <rdf:Seq>
        <rdf:li rdf:resource="http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/660" />
        <rdf:li rdf:resource="http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/658" />
        <rdf:li rdf:resource="http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/656" />
        <rdf:li rdf:resource="http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/165" />
      </rdf:Seq>
    </items>
    <dc:date>2026-04-07T01:47:26Z</dc:date>
  </channel>
  <item rdf:about="http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/660">
    <title>การศึกษาความสามารถทางการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจโดยวิธีการสอน แบบโฟร์แมท ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2</title>
    <link>http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/660</link>
    <description>Title: การศึกษาความสามารถทางการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจโดยวิธีการสอน แบบโฟร์แมท ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2
Authors: โสภิดา  ทองนุ้ยพราหมณ์
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบความสามารถทางการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจโดยวิธีการสอนแบบโฟร์แมท และเพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียน โดยวิธีการสอนแบบโฟร์แมท กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนโรงเรียนอุ่นรัก 2 ภาษา อำเภอเมือง จังหวัด         สุราษฎร์ธานี ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2559 จำนวน 28 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้โดยวิธีการสอนแบบโฟร์แมท แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ มีค่าความยากง่าย 0.31 - 0.63 ค่าอำนาจจำแนก 0.37 - 0.60 ค่าความเชื่อมั่น 0.81และแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.93 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติที่ใช้ในการทดสอบทีได้แก่ สถิติที&#xD;
	ผลการวิจัยพบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจโดยวิธีการสอนแบบโฟร์แมท ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และระดับความพึงพอใจของนักเรียนที่เรียนโดยวิธีการสอนแบบโฟร์แมท โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด</description>
    <dc:date>2561-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/658">
    <title>การพัฒนาชุดกิจกรรมเรื่องอาหารและเครื่องดื่มเพื่อส่งเสริมความสามารถ ด้านการอ่านคำศัพท์ภาษาอังกฤษ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2</title>
    <link>http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/658</link>
    <description>Title: การพัฒนาชุดกิจกรรมเรื่องอาหารและเครื่องดื่มเพื่อส่งเสริมความสามารถ ด้านการอ่านคำศัพท์ภาษาอังกฤษ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2
Authors: ภัททิรา  เดชฤกษ์ปาน
Abstract: วัตถุประสงค์ของการวิจัยครั้งนี้เพื่อพัฒนาชุดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมความสามารถการอ่านคำศัพท์ภาษาอังกฤษ ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 และเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียนและ                  หลังเรียนเพื่อส่งเสริมความสามารถด้านการอ่านคำศัพท์ภาษาอังกฤษโดยใช้ชุดกิจกรรมที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/2 โรงเรียนเทศบาล 4 มหาราช อำเภอเมือง จังหวัด กระบี่ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2559 จำนวน 26 คน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มอย่างง่ายด้วยวิธีการจับฉลาก โดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยในการสุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้แบบใช้    ชุดกิจกรรมเรื่องอาหารและเครื่องดื่ม และแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ด้านการอ่านคำศัพท์ภาษาอังกฤษ มีค่าความยาก 0.43 - 0.80 ค่าอำนาจจำแนก 0.20 - 0.40 ค่าความเชื่อมั่น 0.83 วิเคราะห์ข้อมูล  โดยใช้สถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและสถิติทดสอบ ได้แก่ สถิติทดสอบที                                                                                                       &#xD;
	ผลการวิจัย พบว่า ชุดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมความสามารถการอ่านคำศัพท์ภาษาอังกฤษ         มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80.76/85.51 และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านการอ่าน คำศัพท์ภาษาอังกฤษของนักเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05</description>
    <dc:date>2561-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/656">
    <title>การศึกษาความสามารถด้านการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจโดยใช้ วิธีการสอนแบบ เอ็ม ไอ เอ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2</title>
    <link>http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/656</link>
    <description>Title: การศึกษาความสามารถด้านการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจโดยใช้ วิธีการสอนแบบ เอ็ม ไอ เอ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
Authors: บูรฉัตร  บัวหยู
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสามารถด้านการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจก่อนเรียนและหลังเรียนโดยใช้วิธีการสอนแบบ เอ็ม ไอ เอ และเพื่อศึกษาความพึงพอใจต่อวิธี การสอนแบบ เอ็ม ไอ เอ กลุ่มตัวอย่างคือ นักเรียน จำนวน 30 คน ที่เรียนในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนมัธยมศึกษาเทศบาลเมืองทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แผนการจัดการเรียนรู้ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางด้านการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจมีค่าความยากง่ายระหว่าง 0.27 - 0.77 ค่าอำนาจจำแนกระหว่าง 0.20 - 0.74 ค่าความเชื่อมั่น เท่ากับ 0.89 และ แบบสอบถามความพึงพอใจต่อการเรียน มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.81 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและสถิติทดสอบด้วยค่าที &#xD;
	ผลการวิจัยพบว่า ความสามารถด้านการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจด้วยวิธีการสอนแบบเอ็ม ไอ เอ หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .05 และนักเรียนมีความพึงพอใจในการเรียนด้วยวิธีการสอนแบบ เอ็ม ไอ เอ อยู่ในระดับมาก</description>
    <dc:date>2561-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/165">
    <title>การเปรียบเทียบความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียน  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้ชุดฝึกอ่านเรื่อง “The Wonderful ASEAN” ด้วยวิธีการสอนแบบ เค ดับเบิลยู แอล พลัส กับการสอนแบบปกติ</title>
    <link>http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/165</link>
    <description>Title: การเปรียบเทียบความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียน  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้ชุดฝึกอ่านเรื่อง “The Wonderful ASEAN” ด้วยวิธีการสอนแบบ เค ดับเบิลยู แอล พลัส กับการสอนแบบปกติ
Authors: สุภาวดี  จันทร์เอียด
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างชุดฝึกอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจเรื่อง “The Wonderful ASEAN” ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ และการตื่นตัวในการเรียนรู้ของนักเรียนที่สอนโดยใช้ชุดฝึกด้วยกลวิธี    เคดับเบิลยูแอลพลัสกับการสอนแบบปกติ เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจด้วยการใช้ชุดฝึกก่อนและหลังเรียน และเปรียบเทียบความตระหนักรู้ในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนของนักเรียนหลังใช้ชุดฝึก กลุ่มตัวอย่างของการวิจัยคือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ของโรงเรียนอนุบาลเมืองชุมพรวัดสุบรรณนิมิตร จำนวน 70 คน ได้มาโดยการสุ่มอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย ชุดฝึกอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจเรื่อง “The Wonderful ASEAN” แผนการจัด การเรียนรู้ แบบทดสอบวัดความสามารถด้านการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ แบบประเมินพฤติกรรมการตื่นตัวในการเรียนรู้ และแบบสอบถามความตระหนักรู้ในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติทดสอบที</description>
    <dc:date>2558-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
</rdf:RDF>

