<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <title>DSpace Community:</title>
  <link rel="alternate" href="http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/75" />
  <subtitle />
  <id>http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/75</id>
  <updated>2026-04-06T21:04:28Z</updated>
  <dc:date>2026-04-06T21:04:28Z</dc:date>
  <entry>
    <title>พฤติกรรมการบริโภคอาหารในยุคชีวิตวิถีใหม่ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ขนมข้าวกรอบเพื่อสุขภาพ จากวัตถุดิบท้องถิ่นของจังหวัดสุราษฎร์ธานี</title>
    <link rel="alternate" href="http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/1110" />
    <author>
      <name>ชลิดา เลื่อมใสสุข</name>
    </author>
    <id>http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/1110</id>
    <updated>2025-10-08T09:03:29Z</updated>
    <published>2568-09-06T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: พฤติกรรมการบริโภคอาหารในยุคชีวิตวิถีใหม่ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ขนมข้าวกรอบเพื่อสุขภาพ จากวัตถุดิบท้องถิ่นของจังหวัดสุราษฎร์ธานี
Authors: ชลิดา เลื่อมใสสุข
Abstract: การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณและคุณภาพ มีวัตถุประสงค์เพื่อ สำรวจพฤติกรรมของผู้บริโภคในการรับประทานอาหารในชีวิตวิถีใหม่ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี พัฒนาผลิตภัณฑ์ขนมข้าวกรอบเพื่อสุขภาพจากข้าวไร่หรือแป้งข้าวไร่ และพืชสมุนไพร ผลไม้ หรือผักพื้นบ้านในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ศึกษาการยอมรับผลิตภัณฑ์ขนมข้าวกรอบเพื่อสุขภาพที่พัฒนาแล้ว รวมถึงวิเคราะห์คุณภาพด้านต่างๆ และประเมินคุณค่าทางโภชนาการในผลิตภัณฑ์ขนมข้าวกรอบเพื่อสุขภาพที่พัฒนาแล้ว กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการตอบแบบสอบถามคือ ผู้ที่อาศัยอยู่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 400 คน เก็บโดยใช้แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูล และกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการทดสอบทางประสาทสัมผัส ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจำนวน 5 คน และผู้ทดสอบชิมที่เคยรับประทานขนมข้าวกรอบ 30 คน สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมการบริโภค ได้แก่ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย การพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพ ใช้วิธีการวิเคราะห์ความแปรปรวน (Analysis of Variance) และเปรียบเทียบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยโดยวิธี Duncan’s New Multiple Rang Test (DMRT) ที่ระดับความเชื่อมั่น 95% แบบสอบถามที่ใช้ในการสำรวจพฤติกรรมของผู้บริโภคในการรับประทานอาหารในชีวิตวิถีใหม่ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ แบบสอบถามข้อมูลพื้นฐาน แบบสอบถามความรู้เรื่องอาหารเพื่อสุขภาพ แบบสอบถามพฤติกรรมบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพ ผลการวิจัยพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงวัยรุ่นที่มีอายุ 18-30 ปี มีการศึกษาระดับปริญญาตรีมีอาชีพนักเรียน / นักศึกษา และมีรายได้ต่ำกว่า 5,000 บาท อาศัยอยู่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ส่วนใหญ่จึงพักอาศัยกับพ่อแม่/ญาติพี่น้อง มีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ในระดับปกติ กล่าวคือมีสุขภาพดี แต่พบว่ายอดรวมของผู้ที่มีเกณฑ์น้ำหนักเกิน (โรคอ้วนระดับ 1 โรคอ้วนระดับ 2 และโรคอ้วนระดับ 3) ค่อนข้างสูง ด้านโรคประจำตัวส่วนใหญ่ไม่เคยตรวจโรค ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่จะได้รับข้อมูลด้านสุขภาพจากสื่อสังคมออนไลน์ อินเตอร์เน็ต และส่วนใหญ่ทำอาหารรับประทานเองที่บ้าน เมื่อสอบถามความรู้เรื่องอาหารเพื่อสุขภาพ พบว่าผู้ตอบแบบสอบถามมีความรู้เรื่องอาหารเพื่อสุขภาพเกี่ยวกับประเภทของอาหารโดยรวมอยู่ในระดับดี มีความรู้เกี่ยวกับรูปแบบการรับประทานโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง มีความรู้เรื่องการนำสมุนไพร ผัก ผลไม้พื้นบ้านมาทำอาหารอยู่ในระดับปานกลาง มีความรู้เรื่องผลของอาหารต่อสุขภาพอยู่ในระดับดี เมื่อวิเคราะห์พฤติกรรมการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพด้านการเลือกซื้ออาหาร นิสัยในการบริโภค และมูลค่าในการบริโภค พบว่าผู้ตอบแบบสอบถามมีพฤติกรรมการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพโดยรวมอยู่ในระดับมาก ประกอบด้วยด้านการเลือกซื้ออาหารอยู่ในระดับมาก ด้านนิสัยในการบริโภคอยู่ในระดับมาก ด้านมูลค่าในการบริโภคอยู่ในระดับปานกลาง ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ขนมข้าวกรอบเพื่อสุขภาพ มีการคัดเลือกสูตรมาตรฐานผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารและโภชนาการ จำนวน 5 คน และพัฒนาสูตรแผ่นข้าวกรอบโดยการดัดแปลงสูตรจากการใช้ข้าวเจ้าหอมมะลิทดแทนด้วยข้าวไร่ จากข้าว 2 ชนิด คือ ข้าวเจ้าไร่พันธุ์หอมนิลและข้าวเหนียวดำไร่พันธุ์ลืมผัว พบว่าขนมข้าวกรอบจากข้าวเหนียวดำไร่พันธุ์ลืมผัวที่ผ่านการอบและทอดแล้วจะมีความพองกรอบมากกว่าขนมข้าวกรอบจากข้าวเจ้าไร่พันธุ์หอมนิลอย่างเห็นได้ชัด มี ผลการคัดเลือกรสชาติในการพัฒนารสชาติระหว่างรสเมี่ยงคำ รสต้มยำ และรสข้าวยำน้ำบูดู โดยผู้ทดสอบชิม 30 คน พบว่ารสชาติที่คะแนนความชอบโดยรวมมากที่สุด คือ รสเมี่ยงคำที่ระดับความเข้มข้นปานกลาง&#xD;
ผลิตภัณฑ์ข้าวกรอบรสเมี่ยงคำที่ได้นำมาวิเคราะห์คุณภาพด้านต่างๆ ได้แก่ ความชื้น ค่าวอเตอร์แอคติวิตี้ ค่าความเป็นกรด-ด่าง จำนวนจุลินทรีย์ทั้งหมด ยีสต์และรา และคุณค่าทางโภชนาการ พบว่าเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานผลิตภัณฑ์ มีความปลอดภัยในการบริโภค และมีคุณค่าทางโภชนาการสูงประโยชน์ที่ได้จากงานวิจัยครั้งนี้ มีการถ่ายทอดให้แก่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนชุมชนคนเกษตรบ้านห้วยลึก อำเภอเคียนซา จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อนำข้อมูลและวิธีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ขนมข้าวกรอบเพื่อสุขภาพไปประยุกต์ใช้ในการผลิตเชิงพานิชย์ ก่อให้เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัตถุดิบข้าวไร่พันธุ์พื้นเมืองของจังหวัดสุราษฎร์ธานี</summary>
    <dc:date>2568-09-06T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>รูปแบบการวางแผนทางการเงินเพื่อการออมของผู้สูงอายุในจังหวัดสุราษฎร์ธานี</title>
    <link rel="alternate" href="http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/187" />
    <author>
      <name>ภวิษณ์ณัฏฐ์    เวชวิฐาน</name>
    </author>
    <author>
      <name>หรรษา    เฉลิมพิพัฒน์</name>
    </author>
    <author>
      <name>วัฎนา    ทองมณี</name>
    </author>
    <id>http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/187</id>
    <updated>2019-03-29T02:27:23Z</updated>
    <published>2557-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: รูปแบบการวางแผนทางการเงินเพื่อการออมของผู้สูงอายุในจังหวัดสุราษฎร์ธานี
Authors: ภวิษณ์ณัฏฐ์    เวชวิฐาน; หรรษา    เฉลิมพิพัฒน์; วัฎนา    ทองมณี
Abstract: การวิจัยเรื่อง รูปแบบการวางแผนทางการเงินเพื่อการออมของผู้สูงอายุในจังหวัด               สุราษฎร์ธานี เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ  มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบการวางแผนทางการเงินเพื่อการออมของผู้สูงอายุในจังหวัดสุราษฎร์ธานี  ศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการวางแผนทางการเงินเพื่อการออมของผู้สูงอายุในจังหวัดสุราษฎร์ธานี และศึกษาความพึงพอใจในการวางแผนทางการเงินเพื่อการออมของผู้สูงอายุในจังหวัดสุราษฎร์เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถาม จากกลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้สูงอายุจำนวน  400  คน ข้อมูลเชิงปริมาณใช้สถิติ  ค่าร้อยละ   ค่าเฉลี่ย และ     ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน</summary>
    <dc:date>2557-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
</feed>

