<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" version="2.0">
  <channel>
    <title>DSpace Collection:</title>
    <link>http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/31</link>
    <description />
    <pubDate>Sun, 12 Apr 2026 21:57:35 GMT</pubDate>
    <dc:date>2026-04-12T21:57:35Z</dc:date>
    <item>
      <title>ผลของการใช้กระบวนการกลุ่มต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพและภาวะสุขภาพ ของกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน ในตำบลดอนสัก อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี</title>
      <link>http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/152</link>
      <description>Title: ผลของการใช้กระบวนการกลุ่มต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพและภาวะสุขภาพ ของกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน ในตำบลดอนสัก อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี
Authors: นฤมล  สุขศรี
Abstract: การวิจัยนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง แบบแผนการทดลองก่อนและหลังแบบมีกลุ่มควบคุม       มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการใช้กระบวนการกลุ่มต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพและภาวะสุขภาพของกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน ในตำบลดอนสัก อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี         กลุ่มตัวอย่าง คือ ประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน เลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง จำนวน 60 คน  จัดเข้ากลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 30 คน กลุ่มทดลองได้รับการใช้กระบวนการกลุ่มที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น โดยผ่านการวิเคราะห์ความเหมาะสม มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.6 และความเป็นไปได้ในการนำไปใช้ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.5 กลุ่มควบคุมได้รับการดูแลตามปกติ ใช้ระยะเวลาจำนวน 12 สัปดาห์ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบบันทึกพฤติกรรมสุขภาพ และแบบสอบถามพฤติกรรมสุขภาพ ได้ค่าดัชนีความสอดคล้องของข้อคำถามกับวัตถุประสงค์เท่ากับ 0.98 และมีความเที่ยงเท่ากับ 0.74 วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบค่าที (t-test)</description>
      <pubDate>Sun, 01 Jan 2558 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/152</guid>
      <dc:date>2558-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>ประสิทธิผลของโปรแกรมการพัฒนาพฤติกรรมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่  ในหญิงตั้งครรภ์ อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่</title>
      <link>http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/151</link>
      <description>Title: ประสิทธิผลของโปรแกรมการพัฒนาพฤติกรรมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่  ในหญิงตั้งครรภ์ อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่
Authors: จุไรรัตน์ อังสิริกุล
Abstract: การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมการพัฒนาพฤติกรรมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ของหญิงตั้งครรภ์จนถึงระยะหลังคลอด เขตอำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ กลุ่มตัวอย่างคือหญิงตั้งครรภ์ เลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มเปรียบเทียบกลุ่มละ 30 คน กลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมการพัฒนาพฤติกรรมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในหญิงตั้งครรภ์ใช้ระยะเวลาประมาณ 16 สัปดาห์ กลุ่มเปรียบเทียบได้รับการดูแลตามปกติ เครื่องมือที่ใช้ในการทดลองคือโปรแกรมการพัฒนาพฤติกรรมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในหญิงตั้งครรภ์ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยแบบทดสอบ มีการตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 5 ท่าน       ค่าดัชนีความสอดคล้อง 0.88 นำเครื่องมือไปทดลองใช้กับหญิงตั้งครรภ์ที่มีคุณสมบัติคล้ายคลึงกับ กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 30 คน หาค่าความเที่ยงของแบบทดสอบความรู้ ได้ค่า KR-20 เท่ากับ 0.80 แบบประเมินทัศนคติได้ค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค ได้เท่ากับ 0.71 และแบบประเมินพฤติกรรมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค เท่ากับ 0.72 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ Independent t-test</description>
      <pubDate>Sun, 01 Jan 2558 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/151</guid>
      <dc:date>2558-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>ผลของโปรแกรมเพิ่มสมรรถนะแห่งตนต่อการรับรู้ความสามารถของตนเอง ในการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของนักศึกษาระดับปริญญาตรี  มหาวิทยาลัยแม่โจ้ - ชุมพร</title>
      <link>http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/149</link>
      <description>Title: ผลของโปรแกรมเพิ่มสมรรถนะแห่งตนต่อการรับรู้ความสามารถของตนเอง ในการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของนักศึกษาระดับปริญญาตรี  มหาวิทยาลัยแม่โจ้ - ชุมพร
Authors: สุวินัย  เลาวิลาศ
Abstract: การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลองชนิดสองกลุ่มวัดก่อนและหลังการทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบการรับรู้ความสามารถของตนเองในการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ระหว่างกลุ่มนักศึกษาชายที่เข้าร่วมโปรแกรมเพิ่มสมรรถนะแห่งตนกับกลุ่มนักศึกษาชายที่ไม่ได้เข้าร่วมโปรแกรมเพิ่มสมรรถนะแห่งตน กลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษาชายที่กำลังศึกษาในปีการศึกษา 2557 ชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยแม่โจ้ - ชุมพร เลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจงทั้งกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลอง ผู้วิจัยได้พัฒนาโปรแกรมเพิ่มสมรรถนะแห่งตนจากนั้นให้ผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 5 ท่าน หาความเหมาะสมและความเป็นไปได้ในการนำไปใช้ พบว่ามีดัชนีความสอดคล้องได้เท่ากับ 0.86 และ 0.80 เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบวัดการรับรู้ความสามารถของตนเองในการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หาค่าดัชนีความสอดคล้องจากผู้ทรงคุณวุฒิ พบว่าทุกข้อมีค่ามากกว่า 0.80 หาค่าเที่ยงโดยใช้สัมประสิทธิ์แอลฟา ของครอนบาค เท่ากับ 0.86 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยร้อยละ ค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าทีแบบอิสระ</description>
      <pubDate>Sun, 01 Jan 2558 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/149</guid>
      <dc:date>2558-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>ผลของการประยุกต์วงจรเดมมิ่งเพื่อสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว อย่างน้อย 3 เดือน ในหญิงตั้งครรภ์ โรงพยาบาลบ้านนาสาร  จังหวัดสุราษฎร์ธานี</title>
      <link>http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/148</link>
      <description>Title: ผลของการประยุกต์วงจรเดมมิ่งเพื่อสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว อย่างน้อย 3 เดือน ในหญิงตั้งครรภ์ โรงพยาบาลบ้านนาสาร  จังหวัดสุราษฎร์ธานี
Authors: สายใจ  ศิลปพรหมมาศ
Abstract: การศึกษานี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบความรู้และพฤติกรรมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ของหญิงตั้งครรภ์ ในกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมและ 2) เพื่อเปรียบเทียบความรู้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ของหญิงตั้งครรภ์ในกลุ่มทดลองก่อนและหลังการใช้วงจรเดมมิ่ง วิธีการศึกษาเป็นการวิจัยกึ่งทดลอง กลุ่มตัวอย่างเป็นหญิงตั้งครรภ์ที่มารับบริการในโรงพยาบาลบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 52 ราย ที่ได้จากการสุ่มอย่างง่าย แล้วจับฉลากเข้ากลุ่มทดลอง และกลุ่มควบคุมกลุ่มละ 26 ราย  กลุ่มทดลองได้ใช้วงจรเดมมิ่งเพื่อสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ส่วนกลุ่มควบคุมได้รับการดูแลตามปกติของโรงพยาบาล เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลประกอบด้วยแบบสอบถามข้อมูลทั่วไป และแบบสอบถามความรู้ และพฤติกรรมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพรรณนาและสถิติทดสอบ Independent t-test และ Pair t-test</description>
      <pubDate>Sun, 01 Jan 2558 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/148</guid>
      <dc:date>2558-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>ประสบการณ์ผู้ติดยาเสพติด 4 x 100 ของวัยรุ่นในตำบลแห่งหนึ่งของจังหวัดกระบี่</title>
      <link>http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/143</link>
      <description>Title: ประสบการณ์ผู้ติดยาเสพติด 4 x 100 ของวัยรุ่นในตำบลแห่งหนึ่งของจังหวัดกระบี่
Authors: สุไหวด๊า  บุหลาด
Abstract: การศึกษาเชิงปรากฏการณ์วิทยานี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อบรรยายและอธิบายประสบการณ์ ของวัยรุ่นที่เคยเสพยาเสพติดประเภท 4 x 100 มานาน ไม่น้อยกว่า 1 ปี จำนวน 10 คน รวบรวมข้อมูลโดยการสัมภาษณ์เชิงลึก และการสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วม ระยะเวลาในการศึกษา 6 เดือน วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา จากการศึกษาพบว่าวัยรุ่นมีประสบการณ์การเสพยาเสพติด 4 x 100  3 ด้าน คือ 1) การเข้าสู่กระบวนการเสพของวัยรุ่นที่ติดยาเสพติด 4 x 100 พบว่า ส่วนใหญ่วัยรุ่นเสพยาเสพติดชนิดอื่นมาก่อนได้แก่ สูบบุหรี่ สูบใบจากยาเส้น ยาบ้าและยาไอซ์ สาเหตุการเสพยาเสพติด  4 x 100 ของวัยรุ่น มาจากเพื่อนชวนให้ลองเสพ 2) วัยรุ่นที่ติดยาเสพติด 4 x 100 มีการผลิตและ  การจัดหาส่วนผสม พบว่าวัยรุ่นนิยมใช้สูตรธรรมดาหรือสูตรทั่วไป ประกอบด้วย น้ำต้มใบกระท่อม ผสมยาแก้ไอ น้ำโค้ก ดื่มกับน้ำแข็ง มีการทดลองผสมสารตัวอื่นเช่น ยาแก้แพ้ ยาจุดกันยุง แต่ไม่ชอบรสชาติและกลิ่น กลัวอันตราย การจัดหาส่วนผสม โดยซื้อจากร้านค้าในหมู่บ้านและจากต่างหมู่บ้าน ต่างอำเภอและต่างจังหวัด และ 3) การรับรู้ประสิทธิภาพและผลเฉียบพลัน ทั้งด้านอาการและความรู้สึก จากการดื่ม 4 x 100 ของวัยรุ่นที่ติดยาเสพติด 4 x 100 พบว่า ผลของการเสพด้านบวกได้แก่ พึงพอใจในรสชาติ รู้สึกมึน เมา ทำให้สบายใจ สมองโล่งโปร่ง นอนหลับ กระปริกระเปรา ด้านลบจะพบในช่วงที่หยุดเสพ ได้แก่ รู้สึกอยากเสพ ฟุ้งซ่าน กระวนกระวายหงุดหงิด นอนไม่หลับ น้ำหนักลดลง ปวดเมื่อยตามตัว ตามกระดูก อ่อนเพลีย ไม่มีแรงทำงาน ผลกระทบด้านครอบครัวและสังคมรอบข้าง พบว่า รับรู้และยอมรับการที่วัยรุ่นที่ติดยาเสพติด</description>
      <pubDate>Sun, 01 Jan 2558 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/143</guid>
      <dc:date>2558-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>ศักยภาพของแกนนำผู้สูงอายุในการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ กรณีศึกษาชมรมผู้สูงอายุ ใต้ร่มบุญ ตำบลบ้านส้อง อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี</title>
      <link>http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/141</link>
      <description>Title: ศักยภาพของแกนนำผู้สูงอายุในการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ กรณีศึกษาชมรมผู้สูงอายุ ใต้ร่มบุญ ตำบลบ้านส้อง อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี
Authors: พิมพ์ปวีณ์  มณีรัตน์
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาศักยภาพของแกนนำผู้สูงอายุในการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุกรณีศึกษา ชมรมผู้สูงอายุใต้ร่มบุญ ตำบลบ้านส้อง อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี       เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ ผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป            ทั้งเพศชายและเพศหญิงที่มีสุขภาพแข็งแรงไม่เจ็บป่วยเป็นโรคร้ายแรง (ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมาไม่เคย พักรักษาตัวในโรงพยาบาล) สามารถช่วยตัวเองได้ และมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี จำนวน 128 คน ได้มาจากกำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่างโดยใช้สูตรของยามาเน่ กำหนดขอบเขตความคลาดเคลื่อน 0.05 และสุ่มอย่างง่าย โดยวิธีการจับสลาก เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวบข้อมูล คือ แบบสอบถามข้อมูลทั่วไปศักยภาพของแกนนำผู้สูงอายุในการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุในชมรมผู้สูงอายุใต้ร่มบุญ 6 ด้าน วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับอันตรภาคชั้น</description>
      <pubDate>Sun, 01 Jan 2558 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/141</guid>
      <dc:date>2558-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>ผลของการเสริมสร้างพลังอำนาจต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ตำบลน้ำรอบ อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี</title>
      <link>http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/139</link>
      <description>Title: ผลของการเสริมสร้างพลังอำนาจต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ตำบลน้ำรอบ อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี
Authors: ไปรมา  กลิ่นนิรัญ
Abstract: การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบผลของการเสริมสร้างพลังอำนาจต่อพฤติกรรมในการดูแลตนเองของผู้ป่วยความดันโลหิตสูง กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยความดันโลหิตสูง จำนวน 35 คน ถูกเลือกแบบเฉพาะเจาะจงจากคลินิกผู้ป่วยนอกโรงพยาบาลท่าโรงช้าง ระหว่างเดือนตุลาคม พ.ศ. 2557 ถึงเดือนมีนาคม พ.ศ. 2558 การเสริมสร้างพลังอำนาจประกอบด้วย 4 ขั้นตอน คือ 1) การค้นพบสภาพการณ์จริง 2) การสะท้อนคิดอย่างมีวิจารณญาณ 3) การตัดสินใจเลือกวิธีปฏิบัติที่เหมาะสมกับตนเอง 4) การคงไว้ซึ่งการปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพ รวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามเรื่อง ผลการเสริมสร้างพลังอำนาจต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ทั้งก่อนและหลังเข้าร่วม การเสริมสร้างพลังอำนาจ เปรียบเทียบความแตกต่างของคะแนนพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยความดันโลหิตสูงด้วยสถิติ t-test ผลการวิจัยครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่า การเสริมสร้างพลังอำนาจสามารถส่งเสริมพฤติกรรมในการดูแลตนเองของผู้ป่วยความดันโลหิตสูงได้ ผลการทดสอบพบว่า กลุ่มทดลอง มีคะแนนพฤติกรรมในการดูแลตนเองหลังเข้าร่วมการเสริมสร้างพลังอำนาจสูงกว่าการได้รับการดูแลตามปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.01</description>
      <pubDate>Sun, 01 Jan 2558 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/139</guid>
      <dc:date>2558-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
  </channel>
</rss>

