<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" version="2.0">
  <channel>
    <title>DSpace Community: วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี</title>
    <link>http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/25</link>
    <description>วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี</description>
    <pubDate>Mon, 13 Apr 2026 05:12:59 GMT</pubDate>
    <dc:date>2026-04-13T05:12:59Z</dc:date>
    <item>
      <title>สมรรถนะการทำงานของเทคนิคสเปกโทรโฟโตเมทรีสำหรับการตรวจวิเคราะห์สารมิทราจัยนินจากพืชกระท่อมในปัสสาวะ</title>
      <link>http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/987</link>
      <description>Title: สมรรถนะการทำงานของเทคนิคสเปกโทรโฟโตเมทรีสำหรับการตรวจวิเคราะห์สารมิทราจัยนินจากพืชกระท่อมในปัสสาวะ
Authors: กาญจนา ศรีไทย; ภควดี รักษ์ทอง; รัตนา วงศ์ชูพันธ์</description>
      <pubDate>Thu, 01 Jan 2561 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/987</guid>
      <dc:date>2561-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบการสืบเสาะหาความรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง พืชใกล้ตัวเรา ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4</title>
      <link>http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/222</link>
      <description>Title: การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบการสืบเสาะหาความรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง พืชใกล้ตัวเรา ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
Authors: สวนีย์ ศรเกษตริน
Description: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี</description>
      <pubDate>Tue, 01 Jan 2560 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/222</guid>
      <dc:date>2560-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>การพัฒนาผลสัมฤทธิ์และความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เรื่องพืช  โดยใช้ชุดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E)</title>
      <link>http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/193</link>
      <description>Title: การพัฒนาผลสัมฤทธิ์และความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เรื่องพืช  โดยใช้ชุดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E)
Authors: สุนันทา  รอดเกิด
Abstract: การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลองมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพของชุดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โดยวิธีการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 มีค่าดัชนีประสิทธิผล 0.50 ขึ้นไป ศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยชุดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่องพืช โดยวิธีการสอนแบบการสืบเสาะหาความรู้ (5E) และศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อชุดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่องพืช โดยวิธีการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนอุทยานศึกษากระบี่ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2559 จำนวน 33 คน   โดยวิธีการสุ่มอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ ชุดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่องพืช โดยวิธีการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) จำนวน 6 ชุด แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์มีค่าความยากระหว่าง 0.20 - 0.80 ค่าอำนาจจำแนก 0.20 - 0.73 และมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.93 แบบวัดความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อชุดการเรียนวิทยาศาสตร์ ซึ่งมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.76 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพื้นฐานได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติทดสอบ ได้แก่ สถิติทดสอบที&#xD;
ผลการวิจัยพบว่า ชุดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่องพืช โดยวิธีการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีค่าประสิทธิภาพเท่ากับ 83.39/80.37 มีค่าดัชนีประสิทธิผลเท่ากับ 0.78 นักเรียนที่เรียนด้วยชุดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์โดยวิธีการสอนแบบการสืบเสาะหาความรู้ (5E) มีคะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และนักเรียนมีความพึงพอใจต่อชุดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โดยวิธีการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) อยู่ในระดับความพึงพอใจมาก</description>
      <pubDate>Tue, 01 Jan 2560 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/193</guid>
      <dc:date>2560-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>การพัฒนาชุดการเรียนวิทยาศาสตร์ เรื่อง โลกและการเปลี่ยนแปลง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2</title>
      <link>http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/190</link>
      <description>Title: การพัฒนาชุดการเรียนวิทยาศาสตร์ เรื่อง โลกและการเปลี่ยนแปลง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
Authors: สิรินทรา  อภัยกุล
Abstract: การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ พัฒนาชุดการเรียนวิทยาศาสตร์ให้มีประสิทธิภาพ  ตามเกณฑ์ 80/80 และมีค่าดัชนีประสิทธิผลตามเกณฑ์ 0.50 ขึ้นไป ศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียนที่เรียนโดยใช้ชุดการเรียน และศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนต่อชุดการเรียนวิทยาศาสตร์ กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัยสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2559 จำนวน 30 คน โดยการสุ่มอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ชุดการเรียนวิทยาศาสตร์ เรื่อง โลกและการเปลี่ยนแปลงจำนวน 4 ชุด แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน 30 ข้อ และแบบสอบถามความพึงพอใจ จำนวน 15 ข้อ &#xD;
ผลการวิจัยพบว่า 1) ชุดการเรียนวิทยาศาสตร์ เรื่อง โลกและการเปลี่ยนแปลง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีค่าประสิทธิภาพเท่ากับ 81.08/81.67 และมีค่าดัชนีประสิทธิผลเท่ากับ 0.75 2) นักเรียนที่เรียนด้วยชุดการเรียนวิทยาศาสตร์มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน มีสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และ 3) นักเรียนมีความพึงพอใจต่อชุด การเรียนวิทยาศาสตร์อยู่ในระดับมาก</description>
      <pubDate>Tue, 01 Jan 2560 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/190</guid>
      <dc:date>2560-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ระบบร่างกายมนุษย์ โดยใช้หนังสืออิเล็กทรอนิกส์กับการสอนแบบปกติ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2</title>
      <link>http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/176</link>
      <description>Title: การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ระบบร่างกายมนุษย์ โดยใช้หนังสืออิเล็กทรอนิกส์กับการสอนแบบปกติ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
Authors: รุจิรา  ภูมิไชยา
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์โดยใช้หนังสืออิเล็กทรอนิกส์กับนักเรียนที่สอนแบบปกติ และศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนในใช้หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง ระบบร่างกายมนุษย์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนเทพมิตรศึกษา ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2559 จำนวนนักเรียน 85 คน โดยใช้วิธีการสุ่มอย่างง่ายเพื่อให้ได้กลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ 1) หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง ระบบร่างกายมนุษย์ สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน มีค่าอำนาจจำแนก 0.18 - 0.88 มีค่าความยาก 0.17 - 0.48 และมีค่าความเชื่อมั่นของข้อสอบ เท่ากับ 0.93  3) แบบวัดความพึงพอใจในการใช้หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.93</description>
      <pubDate>Tue, 01 Jan 2560 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/176</guid>
      <dc:date>2560-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>การพัฒนาชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ เรื่องอาหารและสารเสพติด ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2</title>
      <link>http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/175</link>
      <description>Title: การพัฒนาชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ เรื่องอาหารและสารเสพติด ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
Authors: ศราวุธ เทพสุภา
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ เรื่องอาหารและสารเสพติด ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ให้มีประสิทธิภาพ ตามเกณฑ์ 80/80 และดัชนีประสิทธิผลสูงกว่า 0.50 2) เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ เรื่องอาหารและสารเสพติด ชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 2 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนต่อการเรียนด้วยชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ เรื่องอาหารและสารเสพติด ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2557 โรงเรียนบ้านคลองไคร อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ จำนวน 36 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาประกอบด้วย 1) ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ เรื่องอาหารและสารเสพติด ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแบบปรนัย ชนิด 4 ตัวเลือก จำนวน 35 ข้อ และ 3) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนต่อการเรียนด้วยชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ เรื่องอาหารและสารเสพติด ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เป็นแบบสอบถามชนิมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าประสิทธิภาพ (E1/E2)           ค่าดัชนีประสิทธิผล (E.I.) และการทดสอบที (t-test)</description>
      <pubDate>Tue, 01 Jan 2560 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/175</guid>
      <dc:date>2560-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>ผลของการใช้กระบวนการกลุ่มต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพและภาวะสุขภาพ ของกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน ในตำบลดอนสัก อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี</title>
      <link>http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/152</link>
      <description>Title: ผลของการใช้กระบวนการกลุ่มต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพและภาวะสุขภาพ ของกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน ในตำบลดอนสัก อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี
Authors: นฤมล  สุขศรี
Abstract: การวิจัยนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง แบบแผนการทดลองก่อนและหลังแบบมีกลุ่มควบคุม       มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการใช้กระบวนการกลุ่มต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพและภาวะสุขภาพของกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน ในตำบลดอนสัก อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี         กลุ่มตัวอย่าง คือ ประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน เลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง จำนวน 60 คน  จัดเข้ากลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 30 คน กลุ่มทดลองได้รับการใช้กระบวนการกลุ่มที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น โดยผ่านการวิเคราะห์ความเหมาะสม มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.6 และความเป็นไปได้ในการนำไปใช้ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.5 กลุ่มควบคุมได้รับการดูแลตามปกติ ใช้ระยะเวลาจำนวน 12 สัปดาห์ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบบันทึกพฤติกรรมสุขภาพ และแบบสอบถามพฤติกรรมสุขภาพ ได้ค่าดัชนีความสอดคล้องของข้อคำถามกับวัตถุประสงค์เท่ากับ 0.98 และมีความเที่ยงเท่ากับ 0.74 วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบค่าที (t-test)</description>
      <pubDate>Sun, 01 Jan 2558 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/152</guid>
      <dc:date>2558-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>ประสิทธิผลของโปรแกรมการพัฒนาพฤติกรรมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่  ในหญิงตั้งครรภ์ อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่</title>
      <link>http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/151</link>
      <description>Title: ประสิทธิผลของโปรแกรมการพัฒนาพฤติกรรมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่  ในหญิงตั้งครรภ์ อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่
Authors: จุไรรัตน์ อังสิริกุล
Abstract: การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมการพัฒนาพฤติกรรมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ของหญิงตั้งครรภ์จนถึงระยะหลังคลอด เขตอำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ กลุ่มตัวอย่างคือหญิงตั้งครรภ์ เลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มเปรียบเทียบกลุ่มละ 30 คน กลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมการพัฒนาพฤติกรรมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในหญิงตั้งครรภ์ใช้ระยะเวลาประมาณ 16 สัปดาห์ กลุ่มเปรียบเทียบได้รับการดูแลตามปกติ เครื่องมือที่ใช้ในการทดลองคือโปรแกรมการพัฒนาพฤติกรรมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในหญิงตั้งครรภ์ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยแบบทดสอบ มีการตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 5 ท่าน       ค่าดัชนีความสอดคล้อง 0.88 นำเครื่องมือไปทดลองใช้กับหญิงตั้งครรภ์ที่มีคุณสมบัติคล้ายคลึงกับ กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 30 คน หาค่าความเที่ยงของแบบทดสอบความรู้ ได้ค่า KR-20 เท่ากับ 0.80 แบบประเมินทัศนคติได้ค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค ได้เท่ากับ 0.71 และแบบประเมินพฤติกรรมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค เท่ากับ 0.72 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ Independent t-test</description>
      <pubDate>Sun, 01 Jan 2558 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/151</guid>
      <dc:date>2558-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>ผลของโปรแกรมเพิ่มสมรรถนะแห่งตนต่อการรับรู้ความสามารถของตนเอง ในการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของนักศึกษาระดับปริญญาตรี  มหาวิทยาลัยแม่โจ้ - ชุมพร</title>
      <link>http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/149</link>
      <description>Title: ผลของโปรแกรมเพิ่มสมรรถนะแห่งตนต่อการรับรู้ความสามารถของตนเอง ในการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของนักศึกษาระดับปริญญาตรี  มหาวิทยาลัยแม่โจ้ - ชุมพร
Authors: สุวินัย  เลาวิลาศ
Abstract: การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลองชนิดสองกลุ่มวัดก่อนและหลังการทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบการรับรู้ความสามารถของตนเองในการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ระหว่างกลุ่มนักศึกษาชายที่เข้าร่วมโปรแกรมเพิ่มสมรรถนะแห่งตนกับกลุ่มนักศึกษาชายที่ไม่ได้เข้าร่วมโปรแกรมเพิ่มสมรรถนะแห่งตน กลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษาชายที่กำลังศึกษาในปีการศึกษา 2557 ชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยแม่โจ้ - ชุมพร เลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจงทั้งกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลอง ผู้วิจัยได้พัฒนาโปรแกรมเพิ่มสมรรถนะแห่งตนจากนั้นให้ผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 5 ท่าน หาความเหมาะสมและความเป็นไปได้ในการนำไปใช้ พบว่ามีดัชนีความสอดคล้องได้เท่ากับ 0.86 และ 0.80 เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบวัดการรับรู้ความสามารถของตนเองในการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หาค่าดัชนีความสอดคล้องจากผู้ทรงคุณวุฒิ พบว่าทุกข้อมีค่ามากกว่า 0.80 หาค่าเที่ยงโดยใช้สัมประสิทธิ์แอลฟา ของครอนบาค เท่ากับ 0.86 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยร้อยละ ค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าทีแบบอิสระ</description>
      <pubDate>Sun, 01 Jan 2558 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/149</guid>
      <dc:date>2558-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>ผลของการประยุกต์วงจรเดมมิ่งเพื่อสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว อย่างน้อย 3 เดือน ในหญิงตั้งครรภ์ โรงพยาบาลบ้านนาสาร  จังหวัดสุราษฎร์ธานี</title>
      <link>http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/148</link>
      <description>Title: ผลของการประยุกต์วงจรเดมมิ่งเพื่อสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว อย่างน้อย 3 เดือน ในหญิงตั้งครรภ์ โรงพยาบาลบ้านนาสาร  จังหวัดสุราษฎร์ธานี
Authors: สายใจ  ศิลปพรหมมาศ
Abstract: การศึกษานี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบความรู้และพฤติกรรมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ของหญิงตั้งครรภ์ ในกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมและ 2) เพื่อเปรียบเทียบความรู้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ของหญิงตั้งครรภ์ในกลุ่มทดลองก่อนและหลังการใช้วงจรเดมมิ่ง วิธีการศึกษาเป็นการวิจัยกึ่งทดลอง กลุ่มตัวอย่างเป็นหญิงตั้งครรภ์ที่มารับบริการในโรงพยาบาลบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 52 ราย ที่ได้จากการสุ่มอย่างง่าย แล้วจับฉลากเข้ากลุ่มทดลอง และกลุ่มควบคุมกลุ่มละ 26 ราย  กลุ่มทดลองได้ใช้วงจรเดมมิ่งเพื่อสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ส่วนกลุ่มควบคุมได้รับการดูแลตามปกติของโรงพยาบาล เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลประกอบด้วยแบบสอบถามข้อมูลทั่วไป และแบบสอบถามความรู้ และพฤติกรรมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพรรณนาและสถิติทดสอบ Independent t-test และ Pair t-test</description>
      <pubDate>Sun, 01 Jan 2558 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/148</guid>
      <dc:date>2558-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>ประสบการณ์ผู้ติดยาเสพติด 4 x 100 ของวัยรุ่นในตำบลแห่งหนึ่งของจังหวัดกระบี่</title>
      <link>http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/143</link>
      <description>Title: ประสบการณ์ผู้ติดยาเสพติด 4 x 100 ของวัยรุ่นในตำบลแห่งหนึ่งของจังหวัดกระบี่
Authors: สุไหวด๊า  บุหลาด
Abstract: การศึกษาเชิงปรากฏการณ์วิทยานี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อบรรยายและอธิบายประสบการณ์ ของวัยรุ่นที่เคยเสพยาเสพติดประเภท 4 x 100 มานาน ไม่น้อยกว่า 1 ปี จำนวน 10 คน รวบรวมข้อมูลโดยการสัมภาษณ์เชิงลึก และการสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วม ระยะเวลาในการศึกษา 6 เดือน วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา จากการศึกษาพบว่าวัยรุ่นมีประสบการณ์การเสพยาเสพติด 4 x 100  3 ด้าน คือ 1) การเข้าสู่กระบวนการเสพของวัยรุ่นที่ติดยาเสพติด 4 x 100 พบว่า ส่วนใหญ่วัยรุ่นเสพยาเสพติดชนิดอื่นมาก่อนได้แก่ สูบบุหรี่ สูบใบจากยาเส้น ยาบ้าและยาไอซ์ สาเหตุการเสพยาเสพติด  4 x 100 ของวัยรุ่น มาจากเพื่อนชวนให้ลองเสพ 2) วัยรุ่นที่ติดยาเสพติด 4 x 100 มีการผลิตและ  การจัดหาส่วนผสม พบว่าวัยรุ่นนิยมใช้สูตรธรรมดาหรือสูตรทั่วไป ประกอบด้วย น้ำต้มใบกระท่อม ผสมยาแก้ไอ น้ำโค้ก ดื่มกับน้ำแข็ง มีการทดลองผสมสารตัวอื่นเช่น ยาแก้แพ้ ยาจุดกันยุง แต่ไม่ชอบรสชาติและกลิ่น กลัวอันตราย การจัดหาส่วนผสม โดยซื้อจากร้านค้าในหมู่บ้านและจากต่างหมู่บ้าน ต่างอำเภอและต่างจังหวัด และ 3) การรับรู้ประสิทธิภาพและผลเฉียบพลัน ทั้งด้านอาการและความรู้สึก จากการดื่ม 4 x 100 ของวัยรุ่นที่ติดยาเสพติด 4 x 100 พบว่า ผลของการเสพด้านบวกได้แก่ พึงพอใจในรสชาติ รู้สึกมึน เมา ทำให้สบายใจ สมองโล่งโปร่ง นอนหลับ กระปริกระเปรา ด้านลบจะพบในช่วงที่หยุดเสพ ได้แก่ รู้สึกอยากเสพ ฟุ้งซ่าน กระวนกระวายหงุดหงิด นอนไม่หลับ น้ำหนักลดลง ปวดเมื่อยตามตัว ตามกระดูก อ่อนเพลีย ไม่มีแรงทำงาน ผลกระทบด้านครอบครัวและสังคมรอบข้าง พบว่า รับรู้และยอมรับการที่วัยรุ่นที่ติดยาเสพติด</description>
      <pubDate>Sun, 01 Jan 2558 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/143</guid>
      <dc:date>2558-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>ศักยภาพของแกนนำผู้สูงอายุในการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ กรณีศึกษาชมรมผู้สูงอายุ ใต้ร่มบุญ ตำบลบ้านส้อง อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี</title>
      <link>http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/141</link>
      <description>Title: ศักยภาพของแกนนำผู้สูงอายุในการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ กรณีศึกษาชมรมผู้สูงอายุ ใต้ร่มบุญ ตำบลบ้านส้อง อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี
Authors: พิมพ์ปวีณ์  มณีรัตน์
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาศักยภาพของแกนนำผู้สูงอายุในการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุกรณีศึกษา ชมรมผู้สูงอายุใต้ร่มบุญ ตำบลบ้านส้อง อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี       เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ ผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป            ทั้งเพศชายและเพศหญิงที่มีสุขภาพแข็งแรงไม่เจ็บป่วยเป็นโรคร้ายแรง (ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมาไม่เคย พักรักษาตัวในโรงพยาบาล) สามารถช่วยตัวเองได้ และมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี จำนวน 128 คน ได้มาจากกำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่างโดยใช้สูตรของยามาเน่ กำหนดขอบเขตความคลาดเคลื่อน 0.05 และสุ่มอย่างง่าย โดยวิธีการจับสลาก เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวบข้อมูล คือ แบบสอบถามข้อมูลทั่วไปศักยภาพของแกนนำผู้สูงอายุในการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุในชมรมผู้สูงอายุใต้ร่มบุญ 6 ด้าน วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับอันตรภาคชั้น</description>
      <pubDate>Sun, 01 Jan 2558 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/141</guid>
      <dc:date>2558-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>พฤติกรรมการป้องกันโรคและอุบัติเหตุจากการทำงานของพนักงานจัดเก็บขยะ  องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เขตอำเภอเมือง จังหวัดระนอง</title>
      <link>http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/140</link>
      <description>Title: พฤติกรรมการป้องกันโรคและอุบัติเหตุจากการทำงานของพนักงานจัดเก็บขยะ  องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เขตอำเภอเมือง จังหวัดระนอง
Authors: วิชา  วัฒนาปรีชาเกียรติ
Abstract: การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาลักษณะทางประชากร ศึกษาพฤติกรรมการป้องกันโรคและอุบัติเหตุจากการทำงาน และศึกษาปัจจัยนำ ปัจจัยเอื้อ และปัจจัยเสริมที่มีความสัมพันธ์    กับพฤติกรรมการป้องกันโรคและอุบัติเหตุจากการทำงานของพนักงานจัดเก็บขยะ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เขตอำเภอเมือง จังหวัดระนอง กลุ่มตัวอย่างเป็นพนักงานจัดเก็บขยะ จำนวน 83 คน  โดยใช้เป็นแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ การหาความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย  ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการหาสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์อย่างง่ายของเพียร์สัน</description>
      <pubDate>Tue, 01 Jan 2560 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/140</guid>
      <dc:date>2560-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>ผลของการเสริมสร้างพลังอำนาจต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ตำบลน้ำรอบ อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี</title>
      <link>http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/139</link>
      <description>Title: ผลของการเสริมสร้างพลังอำนาจต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ตำบลน้ำรอบ อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี
Authors: ไปรมา  กลิ่นนิรัญ
Abstract: การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบผลของการเสริมสร้างพลังอำนาจต่อพฤติกรรมในการดูแลตนเองของผู้ป่วยความดันโลหิตสูง กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยความดันโลหิตสูง จำนวน 35 คน ถูกเลือกแบบเฉพาะเจาะจงจากคลินิกผู้ป่วยนอกโรงพยาบาลท่าโรงช้าง ระหว่างเดือนตุลาคม พ.ศ. 2557 ถึงเดือนมีนาคม พ.ศ. 2558 การเสริมสร้างพลังอำนาจประกอบด้วย 4 ขั้นตอน คือ 1) การค้นพบสภาพการณ์จริง 2) การสะท้อนคิดอย่างมีวิจารณญาณ 3) การตัดสินใจเลือกวิธีปฏิบัติที่เหมาะสมกับตนเอง 4) การคงไว้ซึ่งการปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพ รวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามเรื่อง ผลการเสริมสร้างพลังอำนาจต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ทั้งก่อนและหลังเข้าร่วม การเสริมสร้างพลังอำนาจ เปรียบเทียบความแตกต่างของคะแนนพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยความดันโลหิตสูงด้วยสถิติ t-test ผลการวิจัยครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่า การเสริมสร้างพลังอำนาจสามารถส่งเสริมพฤติกรรมในการดูแลตนเองของผู้ป่วยความดันโลหิตสูงได้ ผลการทดสอบพบว่า กลุ่มทดลอง มีคะแนนพฤติกรรมในการดูแลตนเองหลังเข้าร่วมการเสริมสร้างพลังอำนาจสูงกว่าการได้รับการดูแลตามปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.01</description>
      <pubDate>Sun, 01 Jan 2558 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/139</guid>
      <dc:date>2558-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>การพัฒนาชุดกิจกรรมโครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่องชีวิตกับสิ่งแวดล้อม สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6</title>
      <link>http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/135</link>
      <description>Title: การพัฒนาชุดกิจกรรมโครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่องชีวิตกับสิ่งแวดล้อม สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
Authors: สุดารัตน์  ธีรพิสิฐ
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาชุดกิจกรรมโครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่องชีวิตกับสิ่งแวดล้อม สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 70/70 และค่าดัชนีประสิทธิผล 0.50 ขึ้นไป 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่สอนโดยใช้ชุดกิจกรรมโครงงานวิทยาศาสตร์ และการสอนโดยใช้วิธีปกติ เรื่องชีวิตกับสิ่งแวดล้อม 3) เพื่อศึกษาจิตวิทยาศาสตร์ของนักเรียนหลังจากที่ทดลองสอนโดยใช้ชุดกิจกรรมโครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่องชีวิตกับสิ่งแวดล้อม กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดธารน้ำฉา จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ศึกษาอยู่ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2557 ใช้วิธีการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) ได้ 2 ห้องเรียนจาก 3 ห้องเรียน จำนวนนักเรียน 70 คนและสุ่มอย่างง่ายอีกครั้งให้ได้กลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ 1) ชุดกิจกรรมโครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่องชีวิตกับสิ่งแวดล้อมของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องชีวิตกับสิ่งแวดล้อมของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีค่าอำนาจจำแนก 0.24 - 0.48 มีค่าความยากง่าย 0.26 - 0.72 และมีค่าความเชื่อมั่นของข้อสอบเท่ากับ 0.89 3) แบบประเมินจิตวิทยาศาสตร์ของนักเรียนหลังจากที่ทดลองสอนโดยใช้ชุดกิจกรรมโครงงานวิทยาศาสตร์ มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.87 ผลการวิจัยพบว่า 1) ชุดกิจกรรมโครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่องชีวิตกับสิ่งแวดล้อม สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีประสิทธิภาพ 72.77/77.14 และค่าดัชนีประสิทธิผล 0.69 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยชุดกิจกรรมโครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่องชีวิตกับสิ่งแวดล้อม สูงกว่ากลุ่มที่เรียนด้วยวิธีปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3) นักเรียนมีจิตวิทยาศาสตร์อยู่ในระดับ มาก</description>
      <pubDate>Sun, 01 Jan 2558 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/135</guid>
      <dc:date>2558-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความสามารถในการแก้ปัญหาวิชาฟิสิกส์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เรื่องกฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน</title>
      <link>http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/134</link>
      <description>Title: การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความสามารถในการแก้ปัญหาวิชาฟิสิกส์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เรื่องกฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน
Authors: สันติชูชัย  ชำนาญ
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีจุดประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาชุดปฏิบัติการวิชาฟิสิกส์ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 สาระการเรียนรู้เพิ่มเติม เรื่อง กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน ให้มีประสิทธิภาพเป็นไปตามเกณฑ์ 80/80 และดัชนีประสิทธิผลเป็นไปตามเกณฑ์ 0.50 ขึ้นไป 2) เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาฟิสิกส์ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่เรียนวิชาฟิสิกส์ สาระการเรียนรู้เพิ่มเติม เรื่อง กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน 3) เพื่อศึกษาความสามารถในการแก้ไขปัญหาของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่เรียนวิชาฟิสิกส์ สาระการเรียนเรียนรู้เพิ่มเติม เรื่อง กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนคลองฉนวนวิทยา อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ปีการศึกษา 2557 จำนวน 30 คน โดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วย 1) แผนการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบการเรียนโดยใช้ปัญหาเป็นฐานวิชาฟิสิกส์ เรื่อง กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน 2) ชุดปฏิบัติการฟิสิกส์เพิ่มเติม เรื่อง กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาฟิสิกส์ 4) แบบทดสอบวัดความสามารถในการแก้ปัญหา โดยใช้สถิติพื้นฐานได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบสมมติฐานด้วยสถิติทดสอบทีสำหรับกลุ่มตัวอย่างที่สัมพันธ์กัน</description>
      <pubDate>Sun, 01 Jan 2558 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/134</guid>
      <dc:date>2558-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>การพัฒนาโปรแกรมการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียน เรื่องโลมาสีชมพูในอ่าวขนอม สำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษา</title>
      <link>http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/128</link>
      <description>Title: การพัฒนาโปรแกรมการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียน เรื่องโลมาสีชมพูในอ่าวขนอม สำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษา
Authors: พนิดา ซิบยก
Abstract: การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและพัฒนาโปรแกรมการเรียนรู้ แบบศูนย์การเรียน เรื่องโลมาสีชมพูในอ่าวขนอม สำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษา ศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ระหว่างก่อนและหลังเรียน และศึกษาระดับความพึงพอใจที่มีต่อโปรแกรมการเรียนรู้ โปรแกรมที่สร้างขึ้น แบ่งออกเป็น 4 ศูนย์การเรียนรู้ คือ ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับโลมา ความสำคัญของโลมาต่อท้องถิ่นและระบบนิเวศ สาเหตุการตายของโลมา และวิธีการอนุรักษ์โลมา เก็บรวบข้อมูลจากนักเรียนระดับประถมศึกษา โรงเรียนชุมชนบ้านบางโหนด จังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน 36 คนโดยการสุ่มนักเรียนแบบชั้นภูมิและสุ่มแบบง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย โปรแกรมการเรียนรู้ แบบศูนย์การเรียน เรื่องโลมาสีชมพูในอ่าวขนอม แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ซึ่งมีค่า ความยากง่ายอยู่ระหว่าง 0.40 - 0.80 ค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.20 - 0.60 และค่าความเชื่อมั่น เท่ากับ 0.95 แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนต่อโปรแกรมการเรียนรู้ แบบศูนย์การเรียน เรื่องโลมาสีชมพูในอ่าวขนอม มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.78&#xD;
ผลการวิจัยพบว่า โปรแกรมการเรียนรู้ แบบศูนย์การเรียน เรื่องโลมาสีชมพูในอ่าวขนอม สำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษา มีค่าประสิทธิภาพเท่ากับ 82.56/81.73 ดัชนีประสิทธิผล เท่ากับ 0.69 นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 และนักเรียนมีความพึงพอใจต่อโปรแกรมการเรียนรู้เรื่องโลมาสีชมพูในอ่าวขนอม อยู่ในระดับดีมากที่สุด</description>
      <pubDate>Sun, 01 Jan 2558 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/128</guid>
      <dc:date>2558-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>การพัฒนาบทเรียนสำเร็จรูปบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เรื่องโลมาสีชมพูในอ่าวขนอม สำหรับนักเรียนช่วงชั้นที่ 1</title>
      <link>http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/125</link>
      <description>Title: การพัฒนาบทเรียนสำเร็จรูปบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เรื่องโลมาสีชมพูในอ่าวขนอม สำหรับนักเรียนช่วงชั้นที่ 1
Authors: กิติศักดิ์ หมอกแก้ว
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและพัฒนาบทเรียนสำเร็จรูปบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต&#xD;
เรื่องโลมาสีชมพูในอ่าวขนอมสำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษา เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน&#xD;
ของนักเรียนเรื่องโลมาสีชมพูในอ่าวขนอม และศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อบทเรียนสำเร็จรูป&#xD;
เก็บรวบรวมข้อมูลจากนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่ศึกษาอยู่ใน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2556&#xD;
จำนวน 30 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย บทเรียนสำเร็จรูปบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต&#xD;
เรื่องโลมาสีชมพูในอ่าวขนอม แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนต่อบทเรียนสำเร็จรูปบนเครือข่าย&#xD;
อินเทอร์เน็ต และแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนซึ่งมีค่าความยากง่าย อยู่ระหว่าง 0.40 -&#xD;
0.80 ค่าอำนาจจำแนก อยู่ระหว่าง 0.20 - 0.60และมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.56&#xD;
ผลการวิจัยพบว่า บทเรียนสำเร็จรูปบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เรื่องโลมาสีชมพูในอ่าวขนอม&#xD;
สำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษา มีค่าประสิทธิภาพเท่ากับ 81.58/81.66 ดัชนีประสิทธิผล เท่ากับ&#xD;
0.59 นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังใช้บทเรียนสำเร็จรูปบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตสูงกว่า&#xD;
ก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 และนักเรียนมีความพึงพอใจต่อบทเรียนสำเร็จรูป&#xD;
บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต อยู่ในระดับมาก</description>
      <pubDate>Sun, 01 Jan 2558 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/125</guid>
      <dc:date>2558-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
  </channel>
</rss>

