<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <title>DSpace Collection:</title>
  <link rel="alternate" href="http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/21" />
  <subtitle />
  <id>http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/21</id>
  <updated>2026-04-13T23:54:09Z</updated>
  <dc:date>2026-04-13T23:54:09Z</dc:date>
  <entry>
    <title>คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในตำบลบ้านยาง อำเภอรีรัฐนิคม จังหวัดสุราษฎร์ธานี</title>
    <link rel="alternate" href="http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/995" />
    <author>
      <name>จุฑามาศ เพ็ชรมณี</name>
    </author>
    <author>
      <name>บรรเจิด เจริญเวช</name>
    </author>
    <author>
      <name>วาสนา จาตุรัตน์</name>
    </author>
    <id>http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/995</id>
    <updated>2023-01-03T08:35:37Z</updated>
    <published>2561-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในตำบลบ้านยาง อำเภอรีรัฐนิคม จังหวัดสุราษฎร์ธานี
Authors: จุฑามาศ เพ็ชรมณี; บรรเจิด เจริญเวช; วาสนา จาตุรัตน์</summary>
    <dc:date>2561-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>การบริหารจัดการส่งเสริมการออกกำลังกายของมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี</title>
    <link rel="alternate" href="http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/994" />
    <author>
      <name>จุฑามาศ โขนขำ</name>
    </author>
    <author>
      <name>พลกฤต แสงอาวุธ</name>
    </author>
    <author>
      <name>ปุณยวีร์ หนูประกอบ</name>
    </author>
    <id>http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/994</id>
    <updated>2023-01-03T08:12:43Z</updated>
    <published>2563-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: การบริหารจัดการส่งเสริมการออกกำลังกายของมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี
Authors: จุฑามาศ โขนขำ; พลกฤต แสงอาวุธ; ปุณยวีร์ หนูประกอบ</summary>
    <dc:date>2563-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>ประสิทธิภาพการจัดการงานสังคมสงเคราะห์ในเขตเทศบาลนครเกาะสมุย  จังหวัดสุราษฎร์ธานี</title>
    <link rel="alternate" href="http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/662" />
    <author>
      <name>ศิริรัตน์  จารุปกรณ์</name>
    </author>
    <id>http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/662</id>
    <updated>2019-06-18T04:31:12Z</updated>
    <published>2561-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: ประสิทธิภาพการจัดการงานสังคมสงเคราะห์ในเขตเทศบาลนครเกาะสมุย  จังหวัดสุราษฎร์ธานี
Authors: ศิริรัตน์  จารุปกรณ์
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิภาพในการจัดการงานสังคมสงเคราะห์      ในเขตเทศบาลนครเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อเปรียบเทียบระดับประสิทธิภาพการจัดการงานสังคมสงเคราะห์ จำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคลของผู้ด้อยโอกาส และเพื่อศึกษาข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการจัดการงานสังคมสงเคราะห์ในเขตเทศบาลนครเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เครื่องมือที่ใช้            ในการเก็บข้อมูลเป็นแบบสอบถามที่มีความเชื่อมั่นเท่ากับ .91 โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้ด้อยโอกาสในอำเภอเกาะสมุย จำนวน 331 ราย วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้คือสถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าเฉลี่ย และ          ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบสมมติฐานโดยการทดสอบค่า t-test, F-test &#xD;
	ผลการวิจัย พบว่า ข้อมูลพื้นฐานของผู้ด้อยโอกาส ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุสูงกว่า 60 ปี และเป็นผู้ด้อยโอกาสประเภทผู้สูงอายุ ส่วนข้อมูลย่อยของผู้ด้อยโอกาสแต่ละประเภทผลการศึกษาปรากฏผล ดังนี้ ด้านคนเร่ร่อนส่วนใหญ่เป็นคนเร่ร่อนที่มากจากภูมิภาคอื่น ร้อยละ 62.75 ด้านผู้พิการส่วนใหญ่เป็นผู้พิการทางสายตาร้อยละ 26.94 ด้านผู้สูงอายุส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีอายุระหว่าง 60 - 69 ปี ร้อยละ 45.11 ด้านผู้ยากไร้ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ขาดแคลนรายได้ ร้อยละ 57.58 ส่วนประสิทธิภาพการจัดการงานสังคมสงเคราะห์ในเขตเทศบาลนครเกาะสมุย พบว่า โดยรวมมีประสิทธิภาพอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านปรากฏว่าอยู่ในระดับมากที่สุด 1 ด้าน ได้แก่ ด้านการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส ส่วนด้านอื่น ๆ มีประสิทธิภาพอยู่ในระดับมาก โดยเรียงลำดับจากมากไปหาน้อย ได้แก่ ด้านการแก้ไขปัญหาสังคม ด้านการพัฒนาศักยภาพผู้ด้อยโอกาส และด้านนโยบายองค์กร ตามลำดับ ผลการเปรียบเทียบประสิทธิภาพการจัดการงานสังคมสงเคราะห์ในเขตเทศบาลนครเกาะสมุย          จำแนกตามข้อมูลพื้นฐานของผู้ด้อยโอกาส พบว่า เพศ อายุ และประเภทของการด้อยโอกาส         ไม่แตกต่างกัน ส่วนผลการทดสอบตัวแปรย่อย พบว่า ผู้ยากไร้มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ  ทางสถิติที่ระดับ 0.05 ส่วนด้านอื่น ๆ ไม่แตกต่างกัน ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการจัดการงานสังคมสงเคราะห์ในเขตเทศบาลนครเกาะสมุย ส่วนใหญ่ต้องการได้รับโอกาสทางสังคมอย่าง       เท่าเทียมกันกับคนปกติ และต้องการให้หน่วยงานสังคมสงเคราะห์เกาะสมุยสนับสนุนการประกอบอาชีพที่เหมาะสม และมีรายได้ประจำ</summary>
    <dc:date>2561-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>แนวทางการพัฒนาประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน ของสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 11 สุราษฎร์ธานี</title>
    <link rel="alternate" href="http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/632" />
    <author>
      <name>อัญชิษฐา  ชาญณรงค์</name>
    </author>
    <id>http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/632</id>
    <updated>2019-06-18T03:17:07Z</updated>
    <published>2561-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: แนวทางการพัฒนาประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน ของสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 11 สุราษฎร์ธานี
Authors: อัญชิษฐา  ชาญณรงค์
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาระดับประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน เพื่อเปรียบเทียบปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน จำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล และเพื่อศึกษาปัญหาและข้อเสนอแนะ เพื่อหาแนวทางในการพัฒนาประสิทธิภาพการให้บริการประชาชนของสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 11 สุราษฎร์ธานี การวิจัยครั้งนี้แบ่งกลุ่มตัวอย่างออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มเจ้าหน้าที่ ของสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 11 สุราษฎร์ธานี จำนวน 54 คน และกลุ่มประชาชนผู้รับบริการ จำนวน 350 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามที่มีค่าความเชื่อมั่นกลุ่มตัวอย่างเจ้าหน้าที่ เท่ากับ 0.898 และค่าความเชื่อมั่นกลุ่มตัวอย่างประชาชนผู้รับบริการ เท่ากับ 0.867 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่า t-test และ F-test &#xD;
	 ผลการวิจัยพบว่า ระดับประสิทธิภาพการให้บริการประชาชนและปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการให้บริการประชาชนของสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 11 สุราษฎร์ธานี โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า อยู่ในระดับมากทุกด้าน การเปรียบเทียบปัจจัย           ที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการให้บริการประชาชนของสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 11 สุราษฎร์ธานี โดยจำแนกตามข้อมูลพื้นฐาน ผลการวิเคราะห์พบว่า โดยภาพรวม เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพและรายได้ โดยภาพรวมพบว่า ด้านการให้บริการอย่างเสมอภาค ด้านการให้บริการทันต่อเวลา ด้านการให้บริการอย่างเพียงพอ และด้านการให้บริการอย่างต่อเนื่อง แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ      ที่ 0.05 ส่วนด้านการให้บริการอย่างก้าวหน้า ไม่แตกต่างกัน ส่วนแนวทางการพัฒนาประสิทธิภาพ การให้บริการประชาชนของสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 11 สุราษฎร์ธานี ต้องมีการบูรณาการการทำงาน กับหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในการพัฒนาฝีมือแรงงาน การทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ ลดรอบระยะเวลาการทำงาน ใช้เทคโนโลยีช่วยในการปฏิบัติงาน และใช้กลไกคณะอนุกรรมการพัฒนาแรงงานและประสานงานฝึกอาชีพจังหวัด (กพร.ปจ.) การประกันคุณภาพ การเพิ่มผลิตภาพแรงงาน เป็นแนวทางในการดำเนินงานและขับเคลื่อนภารกิจของสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 11สุราษฎร์ธานี ให้สามารถขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล สามารถตอบสนอง ความต้องการของประชาชนผู้รับบริการได้ตรงตามวัตถุประสงค์</summary>
    <dc:date>2561-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>แนวทางการพัฒนาการบริหารกิจการคณะสงฆ์ สังกัดมหานิกาย : กรณีศึกษา การบริหารของเจ้าอาวาสของวัดในจังหวัดชุมพร</title>
    <link rel="alternate" href="http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/631" />
    <author>
      <name>อัครพงษ์  พูลผล</name>
    </author>
    <id>http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/631</id>
    <updated>2019-06-18T03:12:22Z</updated>
    <published>2561-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: แนวทางการพัฒนาการบริหารกิจการคณะสงฆ์ สังกัดมหานิกาย : กรณีศึกษา การบริหารของเจ้าอาวาสของวัดในจังหวัดชุมพร
Authors: อัครพงษ์  พูลผล
Abstract: การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการบริหารกิจการคณะสงฆ์ เพื่อศึกษาเปรียบเทียบการบริหารกิจการคณะสงฆ์ของเจ้าอาวาสจากวัด แยกเป็นรายอำเภอของวัดในจังหวัดชุมพร และเพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาการบริหารกิจการคณะสงฆ์ของเจ้าอาวาสของวัด ในจังหวัดชุมพร ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณ และเชิงคุณภาพ เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถาม และการสัมภาษณ์เชิงลึก               การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าสถิติ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบสมมติฐานโดยใช้ค่าเอฟ (F-test) &#xD;
	ผลการวิจัยพบว่า แนวทางการพัฒนาการบริหารกิจการคณะสงฆ์ สังกัดมหานิกาย : กรณีศึกษาการบริหารของเจ้าอาวาสวัดในจังหวัดชุมพร ในภาพรวมอยู่ในระดับมากทุกด้าน เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า ด้านการศาสนศึกษา มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ส่วนด้านการศึกษาสงเคราะห์มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด ผลการเปรียบเทียบทั้งภาพรวมและรายด้าน พบว่าไม่แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ       ที่ระดับ 0.05 แนวทางการพัฒนาการบริหารกิจการคณะสงฆ์ ด้านการปกครอง ควรดูแลพระภิกษุสามเณรและไวยาวัจรกร ให้ปฏิบัติหน้าที่ของตนเองให้ถูกต้องเรียบร้อย ด้านการศาสนศึกษา ควรส่งเสริมให้มีการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น มีแบบแผนการพัฒนาในด้านศาสนศึกษาให้ชัดเจน  ด้านการศึกษาสงเคราะห์ ควรสนับสนุนอุปกรณ์การศึกษาให้มากขึ้น เช่น มอบทุนการศึกษา และส่งเสริมให้พระภิกษุสามเณรเข้าไปสอนในสถานศึกษา เป็นต้น ด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ส่งเสริมพระภิกษุ สามเณรให้มีความสามารถในการเผยแผ่ และจัดกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาเป็นต้น       ด้านการสาธารณูปการ ควรมีคณะกรรมการผู้รับผิดชอบ ดูแล ควบคุมในการก่อสร้างให้มีความถูกต้อง และจัดระบบนิเวศน์ภูมิทัศน์ของวัดให้ถูกสุขลักษณะ ด้านการสาธารณสงเคราะห์ ควรสนับสนุนกิจกรรมสาธารณประโยชน์ของชุมชน เช่น การพัฒนาชุมชน การสร้างถนน และเป็นที่พึ่งด้านจิตใจ คือ ให้คำแนะนำโดยการใช้หลักธรรมะในพระพุทธศาสนาเป็นแนวทางปฏิบัติ</summary>
    <dc:date>2561-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>การศึกษาพฤติกรรมการใช้สารสนเทศเพื่อการทำภาคนิพนธ์ในระดับบัณฑิตศึกษา : กรณีศึกษา นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี</title>
    <link rel="alternate" href="http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/629" />
    <author>
      <name>กมลวรรณ  ยุวเดชกุล</name>
    </author>
    <id>http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/629</id>
    <updated>2019-06-18T03:08:34Z</updated>
    <published>2561-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: การศึกษาพฤติกรรมการใช้สารสนเทศเพื่อการทำภาคนิพนธ์ในระดับบัณฑิตศึกษา : กรณีศึกษา นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี
Authors: กมลวรรณ  ยุวเดชกุล
Abstract: การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับและเปรียบเทียบ ความคิดเห็นของผู้ใช้บริการสารสนเทศเกี่ยวกับการบริหารจัดการสารสนเทศเพื่อการทำภาคนิพนธ์ ในระดับบัณฑิตศึกษา กรณีศึกษา นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี จำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ คือ นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา จำนวน 155 คน             ใช้แบบสอบถามที่มีค่าความเชื่อมั่น = 0.91 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย  ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติทดสอบ ได้แก่ สถิติทดสอบค่าที และสถิติทดสอบเอฟ วิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว &#xD;
ผลการวิจัยพบว่า นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ส่วนใหญ่มีระดับการบริหารจัดการสารสนเทศเพื่อการทำภาคนิพนธ์ในระดับบัณฑิตศึกษา ในภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง ค่าเฉลี่ย 3.45 โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด คือ การเข้าถึงระบบสารสนเทศ รองลงมา คือ ความหลากหลายของข้อมูลสารสนเทศ การนำระบบสารสนเทศไปใช้เพื่อการตัดสินใจ และ      น้อยที่สุด คือ การนำลักษณะสารสนเทศไปใช้ และจากผลการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยการบริหารจัดการสารสนเทศเพื่อการทำภาคนิพนธ์ในระดับบัณฑิตศึกษา จำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล พบว่า นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ที่เพศต่างกัน มีการบริหารจัดการสารสนเทศเพื่อการทำภาคนิพนธ์ในระดับบัณฑิตศึกษา โดยภาพรวมและรายด้าน แตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ</summary>
    <dc:date>2561-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรเขานิพันธ์  อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี</title>
    <link rel="alternate" href="http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/627" />
    <author>
      <name>กฤติเดช พรหมเสน</name>
    </author>
    <id>http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/627</id>
    <updated>2019-06-18T03:02:31Z</updated>
    <published>2561-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรเขานิพันธ์  อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี
Authors: กฤติเดช พรหมเสน
Abstract: วิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับการปฏิบัติงานเปรียบเทียบการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจจำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล และเพื่อนำข้อเสนอแนะที่ได้ไปเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเขานิพันธ์ อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานีกลุ่มตัวอย่าง คือ ประชาชนที่เข้ามาใช้บริการของสถานีตำรวจ จำนวน 233 คน ใช้วิธีการสุ่มแบบบังเอิญเครื่องมือที่ใช้เก็บข้อมูลคือ แบบสอบถามวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าความถี่ ค่าร้อยละค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่า t-testและ ค่า F-test&#xD;
ผลการวิจัย พบว่า ระดับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรเขานิพันธ์ อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานีในภาพรวมและรายด้านทุกด้านอยู่ในระดับมากผลการเปรียบเทียบระดับการปฏิบัติงานจำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล ไม่แตกต่างกัน ข้อเสนอแนะและแนวทางในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจคือควรมีการประชาสัมพันธ์ข้อมูลที่จำเป็นให้ประชาชนทราบอย่างทั่วถึง ควรมีขั้นตอนการให้บริการเรียงตามลำดับก่อนหลังในการมารับบริการ ควรมีการจัดเตรียมเอกสารและคำแนะนำให้กับผู้มาใช้บริการอย่างครบถ้วน และจัดวางหรือติดประกาศเพื่อให้ประชาชนที่มารับบริการมองเห็นอย่างชัดเจน</summary>
    <dc:date>2561-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
</feed>

